๓๒.
ความปรารถนา
หลังจากที่ผมกับโยชิดะนั่งคุยกันผ่านไปหลายชั่วโมง ตอนนี้น่าจะดึกพอสมควรแล้ว ซูด้าค่อยๆ คลานกลับมาเพื่อเชิญผมไปเข้านอน
“คุณทิมคะ คิดว่าได้เวลาแล้ว เชิญทางนี้ค่ะ” เธอกล่าวเชิญพร้อมกับผายมือไปทางห้องนอนอีกห้องหนึ่งที่อยู่ตรงข้ามกับห้องของเธอ
ตอนนี้สมองของผมจินตนาการถึงภาพเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า จนทำให้ร่างกายผมเกิดอาการสั่นสะท้านไปทั้งตัว ในชีวิตที่ผ่านมา ผมมีแฟนที่สามารถมีความสัมพันธ์ด้วยร่างกายกันได้เพียงแค่คนเดียวนั่นคือแจง ส่วนคนอื่นๆ เป็นแบบชั่วครั้งชั่วคราวตามประสาวัยรุ่น แต่สำหรับเธอคนนี้ ผมไม่รู้ว่าจะปฎิบัติตัวกับเธออย่างไรดี เพราะไม่เหมือนกับทั้งสองกรณีที่เคยเกิดขึ้น เธอไม่ใช่ทั้งแฟนชั่วคราวและก็ไม่ใช่ทั้งแฟนที่รู้จักคุ้นเคยกันมาก่อนด้วย
แสงสว่างจากเตาไฟตอนนี้สลัวลงไปกว่าในช่วงหัวค่ำมากจึงทำให้ภายในบ้านค่อนข้างมืด และทันทีที่เข้าไปในห้องนอน มันจึงมืดสนิทจนแทบจะมองอะไรไม่เห็น ผมจึงหลับตาเพื่อที่จะให้ชินกับความมืดโดยเร็ว ขณะนั้นพลันมีมือนุ่มๆ อุ่นๆ มาจับมือของผม ทั้งที่ได้เตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องเข้ามานอนกับหญิงสาวที่งามเหมือนนางฟ้า แต่ว่าหัวใจผมก็ยังแสดงความตื่นเต้นออกมาอย่างชัดเจน
“ฉันรู้ว่าเธอก็มีความปรารถนา” เสียงของโคฮารุพูดกับผมเบา
“คระๆๆ..ครับ” ผมตื่นเต้นจนมือเย็นเฉียบ รู้สึกหนาวสะท้านอยู่ข้างใน
ในความมืดเธอจับมือของผมมากุมไว้อย่างช้าๆ จากนั้นเธอก็พามือของผมลูบไล้ไปที่เนินอก ไปที่หัวไหล่ ไล่ขึ้นไปจนถึงคอ แก้ม ริมฝีปากอย่างแผ่วเบา และวนกลับมาที่หน้าอกของเธออีกครั้ง ร่างกายของเธอนั้นเปลือยเปล่า
“ฉันรอคอยเธอมานานแสนนาน” โคฮารุพูดขึ้นอีก
จากนั้น ผมรู้สึกว่าเธอกำลังโน้มตัวเข้ามาใกล้ๆ ผมรับรู้ได้จากลมหายใจของเธอที่ชิดเข้ามาเกือบจะถึงจมูกของผม กลิ่นของเธอหอมอ่อนๆ คล้ายกลิ่นของดอกไม้
“กอดฉันสิ” เธอบอก
ผมใช้มือทั้งสองข้างค่อยๆ บรรจงกอดร่างของเธออย่างแผ่วเบา จากนั้นริมฝีปากของผมก็ค่อยๆ ไล่สัมผัสแก้มและต้นคอ ผมสูดลมหายใจอย่างแรงเพื่อให้ประสาทสัมผัสรับกลิ่นได้ทำงานอย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกันประสาทสัมผัสทางกายก็ตื่นตัวสุดขีด มือของผมลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างของเธอ ผมรู้สึกได้ว่า ร่างของเธอนั้นสั่นสะท้านเมื่อถูกสัมผัส เธอตอบสนองปฏิกิริยานี้ด้วยการจัดการกับผ้ารัดเอวของผม เธอดึงปลายข้างหนึ่งออกแค่ครั้งเดียว ขอบกางเกงที่เคยพับเป็นทบก็หลุดร่วงลงมากองกับพื้นทันที ขณะเดียวกันผมก็จัดการกับเสื้อผ้าส่วนบนไปด้วย
เมื่อทุกอย่างเปลือยเปล่า ร่างของเราทั้งสองก็กลับเข้ามาสัมผัสกันอย่างแนบแน่นอีกครั้ง ตอนนี้สายตาผมเริ่มปรับสภาพได้บ้างทำให้สามารถเห็นเรือนร่างของเธอแบบจางๆ ในความมืด ผมพาเธอล้มตัวลงบนที่นอนที่ปูกับพื้นห้อง และเมื่อทุกอย่างอยู่บนพื้นระนาบ ริมฝีปากของผมก็สามารถทำงานได้อย่างอิสระ ผมใช้มันสัมผัสไปจนทั่วเรือนร่างของเธอจนผมได้ยินเสียงครวญแห่งความสุขดังออกมา
ผิวกายของเธอนั้นเนียนนุ่มเกลี้ยงเกลาจนผมอยากจะใช้เวลาชื่นชมทุกส่วนสัดให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ ในขณะเดียวกันร่างกายส่วนอื่นมันกลับเร่งเร้าให้ทำภารกิจอื่นได้แล้ว ผมจึงใช้มือสัมผัสไปที่อวัยวะเบื้องล่างของเธอ
คราวนี้เธอมีอาการการตอบสนองมากยิ่งขึ้นราวกับจะบอกว่าเธอก็พร้อม เธอใช้มือทั้งสองข้างรั้งลำตัวผมให้ขึ้นมาอยู่บนกายของเธอ
ทันที่ที่ร่างกายของผมอยู่ในสถานะ …………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………
“………….”
“…….”
…………………………………………………………………………….……………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
“…….”
“…”
………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
“……….”
“……..”
“……..”
“…”
“……..ๆๆ”
และวินาทีนั้นเอง เมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตนับล้านๆ รูปธรรมก็แทรกซึมเข้าสู่พื้นที่ว่างในกายเธอ พร้อมกับการตอบสนองที่เปรียบเสมือนการดูดกลืนเหยื่อของงูยักษ์ที่กำลังหิวกระหาย
ถึงแม้ว่าอากาศภายในห้องนี้จะหนาวเย็นจนปรกติต้องห่มด้วยผ้าหนาๆ แต่เหงื่อของผมกลับไหลย้อยไปทั่วใบหน้า ร่างกายของเราทั้งคู่เปลือยเปล่าเปิดโล่งสู้อากาศที่หนาวเย็น ถึงแม้ว่ากิจกรรมแห่งความสุขครั้งนี้จะจบลงไปแล้ว แต่มือและริมฝีปากของผมยังคงจูบลูบไล้ไปตามเรือนร่างของเธออยู่ไม่หยุด เหมือนกับพยายามจะรั้งเวลาแห่งความหรรษานี้ให้นานที่สุดก่อนที่มันจะจางหายไป
“ขอบคุณมากนะคะ” โคฮารุพูดขึ้นเบาๆ ในความมืด
“ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณ ที่คุณได้มอบประสบการณ์แห่งความสุขอันเปี่ยมล้นนี้แก่ผม” ผมพูดเป็นประโยคยาวๆ เป็นครั้งแรกกับเธอ
“ที่จริงผมรู้สึกว่าผมเอาเปรียบและเหมือนเป็นการไม่ได้ให้เกียรติคุณด้วยซ้ำ เพราะในโลกของผม การกระทำเช่นนี้กับหญิงใดตามวิถีชีวิตที่ถูกต้อง เราต้องทำความรู้จักคุ้นเคยกันสักระยะหนึ่งก่อน และถึงขั้นต้องผ่านพิธีการแต่งงานกันเลยหากเป็นสมัยโบราณ” ผมพูดเบาๆ
“คุณคิดว่าเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อนอย่างนั้นหรือคะ” โคฮารุพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน จนทำให้ผมฟังแล้วรู้สึกรักเธอขึ้นมาจับใจ
“เราจะต้องมีช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งเคยร่วมเป็นคู่กันมา และเราก็อาจจะแยกจากกันไปพบกับประสบการณ์ใหม่ๆ กับคนอื่นๆ เพื่อรอคอยการได้กลับมาพบกันอีกครั้งก็ได้” เธออธิบายเพื่อให้ผมรู้สึกดี
“จริงหรือครับ ผมไม่รู้หรอก ผมรู้อย่างเดียวว่าตอนนี้ผมรู้สึกรักคุณอย่างสุดหัวใจ โคฮารุ…คุณอยู่กับผมตลอดไปได้ไหม” ผมพูด เพราะรู้สึกว่าอยากให้เธอมาเป็นภรรยา
“ฉันจะอยู่กับเธอนานเท่าที่เธอต้องการ แต่เธอไม่ใช่เจ้าของตัวฉัน ที่นี่ไม่มีใครเป็นเจ้าของใคร ทุกคนเป็นสมบัติของแผ่นดินโลก หรือพูดอีกอย่างหนึ่งว่าทุกคนก็คือสมบัติของกันและกัน ฉันจะอยู่กับเธอเพราะว่าฉันรักเธอและปรารถนาที่จะใช้ชีวิตร่วมกับเธอ แต่จะไม่ใช่อยู่กับเธอเพราะฉันเป็นสมบัติของเธอ” เธออธิบายต่อ
“เธอจะได้ชื่อว่าเป็นสามีของฉันก็ต่อเมื่อเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตของเธอสามารถงอกงามเป็นรูปธรรมขึ้นในกายฉัน” โคฮารุพูด
“ฉันจะไม่มีวันนอกใจเธอไปมีคนอื่นเด็ดขาด” ผมพูดสัญญากับเธอ
“อย่าพูดเช่นนั้น” เธอรีบเอานิ้วมือมาแตะที่ปากผม
“ที่นี่สัจจะเป็นเรื่องสำคัญมาก เธอไม่รู้หรอกว่าเหตุการณ์ข้างหน้าจะเป็นอย่างไร มันไม่ใช่แค่เรื่องความรักของเราสองคน ถ้าหากเธอเป็นที่ต้องการของแผ่นดินโลก ถ้าเธอเป็นที่มาของชีวิตที่จะสามารถก่อกำเนิดได้อีกกับคนอื่นๆ ฉันจะยินดีอย่างยิ่งถ้าเธอสามารถเป็นเช่นนั้นได้ เธอไม่ต้องกลัวว่าฉันจะเสียใจหรอกนะ พวกเราทุกคนเป็นหนึ่งเดียวกัน พวกเราไม่รู้สึกว่าจะต้องครอบครองสิ่งใดแต่เพียงผู้เดียว” เธอพูด