๕๐.
พลังชีวิต
ผมสูดอากาศลึกๆ เข้าไปในปอดอย่างเต็มที่ อากาศยามเช้าที่นี่สดชื่นมากถึงแม้ว่าบริเวณนี้จะไม่ค่อยมีต้นไม้ก็ตาม ผมเดินตรงออกไปจากตัวบ้านเพื่อสำรวจอะไรต่อมิอะไร ผมเดินเลาะไปตามลำธารจากนั้นเดินอ้อมเป็นวงกลมกลับมาที่บ้านอีกครั้ง ตลอด 3-4 วันที่อยู่บนโลกใบนี้ ผมรู้สึกกระปรี้กระเปร่าอย่างเห็นได้ชัดทั้งๆ ที่ต้องเดินทางไกลทั้งวัน
ประมาณครึ่งชั่วโมงผ่านไป เมื่อผมเดินมาบรรจบที่หน้าบ้านตรงระเบียงที่ยื่นเข้าไปในลำธารก็พบกับคลายเอินและโคฮารุกำลังนั่งเล่นกันอยู่พอดี
“อรุณสวัสดิ์ครับคุณคลายเอิน อากาศสดชื่นมากๆ เลยนะครับ” ผมชิงกล่าวคำทักทายก่อน
“อรุณสวัสดิ์เช่นกันครับ” คลายเอินตอบ
“คุณคลายเอินครับ ทำไมผมถึงมีความรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าผิดปรกติอย่างนี้ล่ะครับ ทั้งที่สองสามวันที่ผ่านมาผมต้องเดินทางทั้งวันแล้วก็…แล้วก็ทั้งๆ ที่ เอ่อ” ผมหยุดพูดเพราะกำลังจะเผลอบอกความลับว่าผมมีเพศสัมพันธ์กับโคฮารุมาทั้งหมดสามครั้งแล้วภายในสองวัน จึงพยายามคิดหาทางเลี่ยง
“เอ่อ…ทั้งๆ ที่ผมต้องสูญเสียพลังงานมากกว่าปรกติ” ผมพูดแบบอ้อมแอ้ม
“สิ่งที่เธอต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มีอยู่สามเรื่อง” เขาเริ่มอธิบาย
“เรื่องแรกคือเรื่องโครงข่ายสนามแม่เหล็กของโลกใบนี้ที่มีระดับสูงกว่าดาวโลกของเธอ นอกจากมันจะทำให้คนที่นี่ฉลาดกว่าแล้วยังส่งผลโดยตรงกับเซลล์ต่างๆ ในร่างกายให้สามารถฟื้นฟูได้ดีมากขึ้นอีกด้วย เพราะในเซลล์แต่ละเซลล์ประกอบขึ้นจากเส้นใยแม่เหล็กไฟฟ้าจำนวนมากด้วยเช่นเดียวกัน เมื่อมันได้รับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีคุณภาพสูง มันจึงฟื้นฟูได้ดีกว่า”
“เรื่องที่สองที่มีผลกับเธอเช่นเดียวกันคือเรื่องอาหาร ผักและผลไม้สดนั้นนอกจากจะมีแร่ธาตุสารอาหารที่เธอรู้กันดีอยู่แล้ว มันยังมีสิ่งสำคัญที่สุดซึ่งสำคัญพอๆ กับสารอาหารที่มีอยู่ในตัวมัน นั่นคือพลังชีวิตที่ได้จากการสังเคราะห์แสงโดยตรง พืชได้เก็บกักมันไว้อย่างเต็มเปี่ยมเหมือนแบตเตอรี่ที่ถูกชาร์จไฟจนเต็ม พลังชีวิตนี้ไม่สามารถวัดค่าได้ มันไม่มีสารประกอบทางเคมีใดๆ มันมีแค่รัศมีที่อัดแน่นในตัวมันเท่านั้น พลังชีวิตนี้เองที่จำเป็นต่อการมีชีวิตของพวกเรา เราทุกคนขาดมันไม่ได้ เพราะในร่างกายของเราไม่มีกลไกใดเลยที่มีความสามารถในการสังเคราะห์แสง เราต้องอาศัยการสังเคราะห์จากพืชที่เรากินเข้าไปเท่านั้น”
“เธอคือสิ่งมีชีวิตที่ถูกกำหนดสร้างให้ดำรงอยู่ในโลกทั้งสองนี้เท่านั้น ไม่สามารถไปใช้ชีวิตอยู่บนดาวดวงใดได้ เพราะพืชที่เธอใช้กินทุกต้นได้รับการออกแบบมาสำหรับพวกเธอโดยเฉพาะ”
“เธอไม่สามารถดำรงอยู่บนดาวดวงอื่นที่มีอัตราการหมุนรอบดวงอาทิตย์ที่ผิดไปจาก 24 ชั่วโมงต่อรอบได้ นาฬิกาชีวิตในร่างกายเธอจะทำงานผิดปรกติ ระบบการทำงานของอวัยวะภายในของเธอถูกออกแบบมาให้ทำงานตามนาฬิกาชีวิตบนดาวโลกใบนี้ มันถูกออกแบบมาเพื่อรับพลังชีวิตจากดวงอาทิตย์ดวงนี้และในอัตราความเร็วนี้เท่านั้น ถ้าผิดไปจากนี้เธอจะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้”
“ดังนั้นแนวคิดที่ว่าเราเป็นเอกเทศไม่ขึ้นอยู่กับอะไร สามารถเดินทางไปอยู่ที่ไหนก็ได้ในจักรวาลจึงไม่ถูกต้อง พวกเราต้องอยู่กับพืชบนโลกนี้ อยู่กับดวงอาทิตย์ดวงนี้ อยู่กับตำแหน่งพิกัดในระบบสุริยจักรวาลนี้ หรือที่โลกคู่ขนานทั้งสองนี้เท่านั้น”
“อ้าว! ถ้าอย่างนี้พวกโครงการสำรวจดวงดาวที่จะพามนุษย์ไปอาศัยอยู่ที่โน่นที่นี่ ดาวอังคารบ้าง ดาวดวงอื่นๆ บ้าง ก็เป็นไปไม่ได้น่ะสิครับ” ผมถาม
“เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน พวกเธอมีความคิดแบบแยกส่วน เธอจึงทำแบบนั้น ถ้าเป็นพวกเราจะไม่ทำอย่างนั้นเด็ดขาดเพราะนั่นเท่ากับเป็นการฆ่าตัวตาย เธอจำไว้เลย บ้านของรูปธรรมมนุษย์เผ่าของเรารือที่ดาวสองดวงนี้เท่านั้น ไม่มีที่ใดในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาลนี้ที่เราจะสามารถไปอยู่ได้อีก มันอาจจะแค่คล้ายๆ เท่านั้น”
“อย่างที่สามคือเรื่องของอากาศ ที่นี่อุดมไปด้วยก๊าซออกซิเจนชนิดเข้มข้นที่เกิดจากการระเบิดภายใต้พื้นผิวดาวอย่างต่อเนื่อง และออกซิเจนที่มีคุณภาพนี้ก็มีผลโดยตรงกับร่างกายของเธอ”
ระหว่างที่เราคุยกัน คลายเอินก็พาผมเดินไปที่กระท่อมหลังหนึ่งที่อยู่ใกล้กับตัวบ้าน มันเป็นกระท่อมหลังเล็กๆ ที่มีผนังเพียงด้านเดียว อีกสามด้านนั้นเปิดโล่ง เมื่อไปถึง สิ่งที่เห็นเป็นอันดับแรกคือกองหินสีแดงขนาดสูงท่วมหัว พื้นกระท่อมเป็นดินแข็งๆ เรียบๆ ตรงกลางเป็นเตาไฟขนาดเล็กที่มีช่องสำหรับใส่แท่งเหล็กเข้าไปในเตาอยู่ด้านล่าง ช่องนี้มีกระบอกสูบเพื่อดันลมเข้าไปข้างใน ด้านบนของเตาเป็นปล่องควันสูงจนทะลุหลังคา ข้างๆ เตาจะมีแท่นเหล็กขนาดใหญ่ที่ใช้สำหรับตีมีดกับค้อนอีกหนึ่งอัน ถัดออกไปก็มีกองไม้และโต๊ะเล็กๆ กับเครื่องมือไม่กี่ชิ้นสำหรับทำด้ามกับฝักมีด
“นี่คือสถานที่ที่คุณใช้ทำมีดทั้งหมดของคุณหรือครับ” ผมถาม
“ทำไมหรือ” คลายเอินถามกลับ
“ผมคิดว่าจะมีเครื่องไม้เครื่องมือมากกว่านี้เสียอีก มันดูเรียบง่ายมากๆ เลยนะครับ เมื่อเทียบกับผลงานอันวิจิตรสวยงามและมีจำนวนมากของคุณ ไม่อยากเชื่อเลยว่ามันจะออกมาจากกองเศษไม้เศษหินพวกนี้” ผมตั้งข้อสังเกต
“ฉันใช้วิธีการแบบนี้มาเป็นหมื่นๆ ปีแล้ว” เขาพูด
“มหัศจรรย์มากเลยนะครับที่คุณสามารถทำเศษหินพวกนี้ให้กลายเป็นมีดที่สวยงามได้น่ะครับ” ผมพูด
“ถ้าเธอรักมัน เธอจะชอบกระบวนการสร้างมัน” คลายเอินพูด
“ครับ”
“เราไปรับประทานอาหารเช้ากันดีกว่า มัสสุดาเรียกพวกเราแล้ว” คลายเอินพูดขึ้นพร้อมพาผมเดินออกมาจากกระท่อม
“โคฮารุ เมืองอยู่ไกลจากที่นี่มากไหมครับ” ผมหันไปถามเธอระหว่างที่กำลังเดินกลับเข้าไปในบ้าน
“ไม่ไกลแล้ว” เธอตอบ
“ใช้เวลาประมาณเท่าไหร่ครับ” ผมถาม
“เราเดินกันก็แค่ประมาณสองชั่วโมง เอ๊ะ! แต่ถ้าเธอเดินก็อาจจะสัก 3-4 ชั่วโมงนะ” เธอคำนวณจากประสบการณ์ที่เดินมากับผมเมื่อวาน
“แล้วคืนนี้เราจะไปพักกันที่ไหนครับ” ผมถามเพราะยังคุ้นเคยกับการวางแผนล่วงหน้าอยู่
“เอ่อ…ยังไม่รู้เลย เดี๋ยวฉันจะให้เธอเลือกก็แล้วกันว่าเธออยากพักที่ไหน” เธอพูด
เมื่อเข้ามาในบ้าน อาหารเช้าก็ถูกจัดเตรียมไว้อย่างเรียบร้อย มีซุปข้นๆ คนละหนึ่งถ้วย ขนมปังที่วางอยู่กลางโต๊ะอีกหนึ่งตระกร้า กลิ่นขนมปังที่เพิ่งออกจากเตานั้นหอมกรุ่นโชยมากระทบจมูก มันไม่ใช่ขนมปังแบบเปล่าๆ เนื้อของมันผสมด้วยเมล็ดธัญพืชนานาชนิด ผิวด้านนอกเหมือนจะถูกทาด้วยเนยเค็มจึงมีผิวที่กรอบเล็กน้อย รสชาติของมันกลมกล่อมกำลังดี และถ้ากินพร้อมกับซุปข้นๆ ของมัสสุดาแล้วยิ่งอร่อยเข้ากันอย่างมาก ผมกินซุปและขนมปังหมดอย่างรวดเร็ว ขณะที่คนอื่นยังกินก้อนแรกไม่หมดเลย
“เอ่อ..ผมขอเติมซุปอีกสักถ้วยได้ไหมครับ มันอร่อยจริงๆ” ผมพูดแบบเขินๆ
“ได้เลยจ้า กินเยอะๆ เลย” มัสสุดายกถ้วยซุปไปเติมให้ผม
ผมเติมซุปไปสามครั้ง ขนมปังหมดไปถึงสามก้อน แต่เมื่อมองไปยังทุกคน พวกเขากินซุปถ้วยแรกกันเพิ่งเสร็จและดูเหมือนว่าเขาจะไม่เติมกันแล้วด้วย ทุกคนเริ่มหยิบผลไม้มากินกัน
“พวกคุณไม่เติมกันเลยหรือครับ ผมรู้สึกอายจังที่กินเยอะกว่าใครเลย” ผมพูด “หรือว่าอิ่มกันแล้วครับ”
“โดยเฉพาะโคฮารุ ผมเห็นเวลาที่คุณเดินแล้ว รู้สึกได้เลยว่าคุณแข็งแรงกว่าผมหลายเท่าเลย” ผมพูดกับเธอ
“นี่คือเรื่องที่เราเพิ่งคุยกันไป พวกเรายังไม่ได้อิ่มอย่างที่เธอเข้าใจหรอก ที่จริงเราเพิ่งจะเริ่มกินเอง แต่สิ่งที่เราให้ความสำคัญในการกินส่วนใหญ่จะเป็นผักผลไม้สดมากกว่า ซึ่งผลไม้นั้นสำหรับเธออาจจะมองว่าเป็นแค่อาหารเสริม แต่สำหรับพวกเราผลไม้คืออาหารหลัก สิ่งที่เธอกินตอนแรกนั้นเป็นแค่การกินเพื่อกระตุ้นกระเพาะอาหารเท่านั้น และพลังงานที่สำคัญที่สุดคือ “พลังชีวิต” ที่เกิดจากการสังเคราะห์แสงนั่นเอง”
“ในเอกภพนี้ “ผลไม้” คือนวัตกรรมทางอาหารที่ยอดเยี่ยมที่สุด เธอรู้ไหม” คลายเอินสรุป