๑๐๐.
ทวีป
“ตอนนี้เราพอมีเวลาเหลืออยู่บ้าง ผมจะพาคุณบินเลียดพื้นแบบช้าๆ ไปเรื่อยๆ เพื่อให้คุณได้เห็นทัศนียภาพของดาวโลกทึงร่านี้อย่างละเอียดนะครับ คุณสามารถพูดคุยกับผมได้ตามปรกติ ผมจะทดลองบินไปด้วยและคุยไปด้วยเพื่อความคุ้นเคยนะครับ”
“ดีครับ ผมก็อยากเห็นโลกนี้ทั่วๆ เหมือนกัน” ผมตอบ
พอเฮปเฟพูดจบเขาก็ลดระดับของยานลงจนเกือบจะถึงพื้นดิน โดยมีความสูงแค่เลยยอดไม้มาเพียงเล็กน้อย หลังจากนั้นยานก็บินไปในแนวระนาบด้วยความเร็วประมาณ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น ยานบินลัดเลาะไปตามภูมิประเทศที่เป็นป่าเขาลำเนาไพร ทุ่งหญ้า ทะเลสาบ และเมือง”
“พอผมเห็นภูมิประเทศของที่นี่แบบละเอียดและทั่วถึง ยิ่งทำให้ผมนึกถึงฉากในหนังแฟนตาซีที่เป็นป่าและเมืองในเทพนิยาย ทุกอย่างที่นี่มีสีสันสวยงามไม่เหมือนจริง ต้นไม้ ดอกไม้ สรรพสัตว์ ล้วนมีสีสันฉูดฉาด ท้องฟ้าก็ดูสดใส ไม่มีช่วงไหนเลยที่แห้งแล้ง”
“คุณเฮปเฟครับ ตอนที่เราบินด้วยความเร็วสูงนั้น ผมสังเกตว่าโลกของคุณแบ่งออกเป็นแค่สองทวีปใหญ่ๆ เท่านั้นใช่ไหมครับ”
“ใช่ครับ โลกของเรามีแค่สองทวีปเท่านั้น ถ้าจะเรียกให้ถูกก็คือโลกของผมมีใบจักรแค่สองใบ เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่แรกสร้างแล้ว โดยมีการแบ่งโลกออกเป็นสองซีกอย่างชัดเจน คนที่ซีกโลกหนึ่งหลับ คนอีกซีกโลกหนึ่งก็ตื่นขึ้นมา”
“เดิมทีโลกของคุณก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน แต่เนื่องจากได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางกายภาพมาหลายครั้ง และแต่ละครั้งก็มีแผนการใหม่ๆ เพื่อให้ดาวโลกของคุณสามารถดำรงอยู่ได้อย่างปรกติ ตอนนี้โลกของคุณเปรียบเสมือนมีใบจักรถึง 5 ใบ คือมีการแบ่งพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการอยู่อาศัยออกเป็น 5 โซนใหญ่ๆ คือ 1.ทวีปออสเตรเลีย 2.เอเชียตะวันออก 3.เอเชียกลาง 4.ยุโรปกับแอฟริกา และ 5.อเมริกาเหนือกับอเมริกาใต้ เวลาที่เรามองการแบ่งโซนที่เหมาะสมสำหรับการอยู่อาศัยของมนุษย์ เราจะมองเป็นแนวดิ่งเกือบตั้งฉากกับเส้นศูนย์สูตรโดยจะเฉียงไปทางตะวันตกประมาณ 23.5 องศาเพื่อให้รับกับการเอียงของแกนโลก ดังนั้นเมื่อเรามองเข้าไปตอนที่โลกเอียง แนวที่อยู่อาศัยของมนุษย์ก็จะตั้งฉากพอดี”
“ในยุคพลังงานใหม่ที่จะถึงนี้ โลกของคุณจะมีใบจักรถึง 6 ใบเพื่อซอยการส่งพลังด้านบวกลงไปยังแกนโลกให้ถี่ขึ้น ซึ่งคาดว่าน่าจะป้องกันการเสียสมดุลได้ดีกว่าเดิม” เขาอธิบาย
“ใบจักร 6 ใบ หมายความว่าจะมีทวีปใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งทวีปอย่างนั้นหรือครับ” ผมถาม
“ใช่ครับ แต่ทวีปใหม่จะเกิดขึ้นสองทวีปไม่ใช่แค่ทวีปเดียวคือ “ทวีปแปซิฟิค” กับ “ทวีปแอตแลนติค” โดยจะมีทวีปหนึ่งหายไปนั่นคืออเมริกาเหนือ ทวีปแอตแลนติคหรือแอตแลนติสเดิมนั้นจะมีส่วนหนึ่งของอเมริกาใต้เดิมไปรวมอยู่ด้วย ถ้าจะบอกว่าทวีปแอตแลนติคเป็นทวีปใหม่ก็ไม่เชิงนัก เพราะทวีปนี้เคยมีมาก่อนแล้วเพียงแต่ได้พลิกกลับไปอยู่ใต้โลกมานานเกือบหนึ่งหมื่นปี ทวีปใหม่จริงๆ น่าจะเป็นทวีปแปซิฟิคมากกว่า ที่เรียกว่าแปซิฟิคเพราะมันคือพื้นที่ของมหาสมุทรแปซิฟิคในปัจจุบัน ส่วนอนาคตมันจะชื่ออะไรก็ขึ้นอยู่กับการกำหนดของมนุษย์ในยุคถัดไป”
“แสดงว่าทวีปอเมริกาเหนือจะหายไปอย่างนั้นหรือครับ”
“จะมีบางส่วนเท่านั้นที่ยังเหลืออยู่ ซึ่งมันจะกลายเป็นเพียงเกาะเล็กเกาะน้อยในมหาสมุทร โดยเราจะไม่นับว่าเป็นพื้นที่ที่มีมนุษย์อาศัยอยู่หนาแน่น”
“คุณคิดว่าข้อมูลของคุณนี้ถูกต้องแม่นยำแค่ไหนครับ เพราะมันเป็นเรื่องใหญ่มากทีเดียว” ผมถาม
“เอาไว้คุณคอยดูเองก็แล้วกันครับ ผมพูดตามแผนการที่ถูกกำหนดไว้เท่านั้น ยกเว้นเขาจะเปลี่ยนแผน”
เฮปเฟพาผมบินชมทัศนียภาพไปเรื่อยๆ จนเขารู้สึกว่าใกล้จะได้เวลา
“ผมคิดว่าตอนนี้ใกล้เวลาที่ประตูหมายเลข 16 จะเปิดแล้ว เราน่าจะไปกันได้แล้วครับ” เขาแจ้ง
พอพูดจบยานของเราก็ลอยตัวสูงขึ้นจากระดับที่บินอยู่ จากนั้นก็เร่งความเร็วสูงสุดทันที ไม่ถึง 5 วินาทีเราก็มาหยุดอยู่เหนือปิรามิดขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง และก็ไม่ใช่มีแค่เราเท่านั้น ผมพบว่ามียานบินลักษณะเดียวกันลอยอยู่ก่อนหน้าแล้วหลายสิบลำ
“พวกเขาเป็นใครครับ อย่าบอกนะว่าพวกเขากำลังจะเดินทางไปที่โลกของผมด้วยเหมือนกัน”
“คุณเข้าใจถูกต้องแล้วครับ พวกเขามาจากทั่วโลกของผม เรามีภารกิจเดียวกันคือไปทำงานที่ดาวโลกของคุณ” เฮปเฟตอบ
“วันนี้จะมียานบินที่จะใช้ประตูนี้ทั้งหมด 148 ลำ มาจากเมืองทั้งหมด 39 เมือง ในจำนวน 148 ลำนี้มีเพียง 2 ลำที่เป็นรูปธรรมแบบท่านรุทอน นอกนั้นเป็นนักบินฝึกหัดทั้งหมด และเที่ยวนี้ก็จะถือว่าเป็นเที่ยวบินสุดท้ายเพราะเราได้ใช้ทรัพยากรช่างเทคนิคทั้งหมดที่มีอยู่บนโลกจนหมดแล้ว ตอนนี้ที่โลกของเราไม่มีทั้งนักบินเก่าและนักบินใหม่เหลืออยู่เลย ยกเว้นท่านรุทอนคนเดียว”
“เราต้องระดมสรรพกำลังทั้งหมดที่มีอยู่เพื่อภารกิจครั้งนี้” เขาพูดทิ้งท้าย
“ฟังดูเหมือนการส่งทหารไปร่วมรบในสงครามเลยนะครับ” ผมแสดงความเห็น
“ครับ ผมก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน ผมเพิ่งได้รับมอบหมายให้ทำภารกิจนี้เป็นครั้งแรก แต่จากที่ท่านรุทอนกำหนด แผนการครั้งนี้จะเป็นการลงไปจัดการถึงใต้เปลือกโลกเลยทีเดียว ซึ่งปฏิบัติการแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาสามครั้งแล้ว คือในยุคของสัตว์ตัวโตหนึ่งครั้ง ยุคแรกๆ ของอารยธรรมมนุษย์หนึ่งครั้ง และยุคแอตแลนติสอีกหนึ่งครั้ง”
ระหว่างที่เฮปเฟกำลังอธิบายข้อสงสัยของผมอยู่นั้น ผมก็สังเกตเห็นว่ามียานบินทยอยกันมาลอยลำอยู่เหนือปิรามิดแห่งนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากตอนแรกมีแค่หลายสิบลำ ตอนนี้คิดว่าน่าจะเป็นร้อยลำแล้ว การเดินทางมาของพวกเขาทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นมากเพราะพวกเขามาด้วยการปรากฏตัวแบบกะทันหันเหมือนกับว่าล่องหนมา
ภาพที่อยู่ตรงหน้าผมตอนนี้เป็นภาพที่น่าประทับใจมาก ดูแล้วเหมือนกับนักรบที่กำลังเตรียมพร้อมที่จะออกศึก ยานที่มารอการเดินทางครั้งนี้ผมคิดว่าพวกเขามาด้วยกันเป็นกลุ่มๆ มีการเรียงกันเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบ บางกลุ่มที่มาหลายลำก็มีการเรียงตัวเป็นรูปตัววี บ้างก็เรียงเป็นรูปวงกลม ดูเหมือนเขากำลังแสดงสัญลักษณ์อะไรบางอย่าง
“ถูกแล้วครับ พวกเขาแค่แสดงว่ามาจากที่ไหนกันบ้าง” เฮปเฟตอบจากความคิดของผม
“มันเป็นความภาคภูมิใจของแต่ละเมืองที่ได้มีส่วนร่วมกับภารกิจครั้งนี้ เขาจึงแสดงตัวตนของเขาให้เป็นที่ประจักษ์โดยเฉพาะกับคุณผู้ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในช่วงเวลานี้ อย่างที่เห็นชัดๆ คือกลุ่มที่เป็นรูปตัววีนั้นมาจากเมืองที่ชื่อว่า ธีป และที่เป็นวงกลมนั้นมาเยอะหน่อยจากเมืองไซเพรียน”
“แล้วเมืองของเราชื่ออะไรครับ จนผมจะกลับอยู่แล้วผมยังไม่รู้จักชื่อเมืองของคุณเลย”
“ชื่อ ออสเล็มปาส ครับ ขอโทษทีที่ไม่ได้บอกตั้งแต่แรก” เฮปเฟตอบ
“ออกเสียงคล้ายกับ โอลิมปัส ของตำนานเทพกรีกเลยนะครับ มันมีความเชื่อมโยงอะไรกันไหมครับ” ผมถาม
“คิดว่าไม่น่าจะมีครับ ที่พูดอย่างนี้ก็เพราะว่าถ้าเปรียบเทียบจากตำนานเทพที่พวกคุณมี อุปนิสัยและพฤติกรรมของเทพเหล่านั้นไม่เหมือนกับที่พวกเราเป็นกันเลยแม้แต่น้อย พวกเทพที่คุณสร้างขึ้นนั้นมีแต่ความอิจฉาริษยา มีแต่การแก่งแย่งชิงดี มีแต่ความโกรธเกลียดเคียดแค้น ซึ่งไม่ต่างจากความเป็นมนุษย์เลย”
“ที่จริงชื่อเมืองของเราได้มาจากชื่อวิหารที่เราใช้พำนักกันน่ะครับ ซึ่งวิหารนี้ถือว่าเป็นวิหารที่ใหญ่ที่สุดและเคยมีรูปธรรมชั้นสูงอาศัยอยู่มากที่สุด คือมีรูปธรรมแบบรุทอนมากถึง 30 รูปธรรม และมีรูปธรรมแบบผมนี้อีกหลายพันรูปธรรม ที่นี่จึงเปรียบเสมือนเป็นนครหลวงของทวีปฝั่งตะวันออก หรือที่พวกเราเรียกว่าทวีป อูโธปเปรียส ครับ”
“แล้วอีกทวีปที่อยู่ฝั่งตรงข้ามล่ะครับมีชื่อว่าอะไร” ผมถาม
“โพเพทัส ครับ”
“ผมคิดว่าใกล้เวลาที่ประตูจะเปิดเต็มทีแล้ว เพราะตอนนี้ยานทั้ง 148 ลำมาจอดรอกันจนครบแล้ว” เฮปเฟพูด
“ผมรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูกเลยครับ ไม่รู้ว่าเกิดจากการได้นั่งยานของคุณหรือการจะต้องกลับไปยังโลกเดิมของผมกันแน่” ผมแสดงความรู้สึก
“ผมคิดว่าความตื่นเต้นนี้น่าจะเกิดจากกระแสจิตที่ถูกส่งตรงมาจากรูปธรรมนับล้านๆ ที่เขากำลังรอคอยการมาของคุณอยู่ครับ หากคุณมีตาทิพย์ที่สามารถมองเห็นพวกเขาได้ ผมเชื่อว่าคุณจะต้องตื่นเต้นมากกว่านี้อีกเป็นพันเท่าเลยครับ”
“พวกเขาอยู่ที่ไหนกันครับ”
“อยู่ใกล้ๆ กับเรานี่แหละครับ และเรื่อยไปจนถึงด้านนอกของชั้นบรรยากาศโลกตรงจุดที่เหนือปิรามิดนี้ขึ้นไป แต่ที่มากที่สุดคืออีกด้านหนึ่งของโลกเดิมของคุณ พวกเขาแออัดกันอยู่จนตอนนี้โลกของคุณสว่างไสวไปด้วยรัศมีของดวงจิตธรรมญาณชั้นสูงที่มาชุมนุมกันในครั้งนี้ ซึ่งความรู้สึกตื่นเต้นนี้คงส่งผ่านมาถึงคุณโดยตรงเพราะว่าคุณคือต้นเหตุของเรื่อง”
“เขาจะเห็นเราด้วยหรือครับ เพราะตอนที่เราเดินทาง ผมรู้สึกว่ามันน่าจะใช้เวลาแค่ไม่กี่วินาที” ผมถาม
“สิ่งที่เห็นมันจะเป็นเพียงปรากฏการณ์เท่านั้น ตอนที่ประตูเปิดเราจะสามารถมองเห็นสิ่งที่คล้ายควันสีดำเป็นท่อยาวพวยพุ่งออกมาจากด้านบนของปิรามิด ที่จริงมันไม่ใช่ควันหรอกครับ มันแค่ดูคล้ายๆ”
“แล้วมันคืออะไรครับ”
“มันเป็นสภาวะที่มีคุณสมบัติคล้ายๆ กับหลุมดำ เนื่องจากท่อนี้ได้ตัดผ่านใจกลางของกาแล็กซี่ทางช้างเผือกที่เป็นตำแหน่งของหลุมดำพอดีครับ แต่ปฏิกิริยาของมันจะไม่ใช่การดูด มันเหมือนกับการย้ายที่กันมากกว่า ถ้าเราอยู่ฝั่งนี้เราก็จะย้ายไปอยู่ฝั่งโน้น ถ้าเราอยู่ฝั่งโน้นเราก็จะกลับมาอยู่ฝั่งนี้เท่านั้นเอง”
“ทีนี้ขณะที่เราอยู่ในสภาวะการย้าย ถ้าสิ่งที่ถูกย้ายมีคุณสมบัติอย่างไร สิ่งนั้นก็จะถูกขยายออกมาจนเต็มท่อคล้ายๆ กับการถ่างออกของมวลก่อนที่จะกลับไปเป็นเหมือนเดิมที่ปลายทางอีกครั้ง เช่น ถ้ายานของเราเป็นแสงสีขาว ขณะที่ยานเข้าไปอยู่ในสภาวะนั้นก็จะปรากฏเป็นท่อลำแสงสีขาวสว่างเต็มท่อนั้นทันที และก็จะหายไปเมื่อสิ่งนั้นย้ายไปอยู่อีกฝั่งหนึ่งแล้ว”
“ปรากฏการณ์นี้เราเรียกว่า การกระเพื่อม เหมือนเราโยนหินลงไปในน้ำ แต่มันซับซ้อนและรวดเร็วกว่ากันเยอะมาก เพราะการกระเพื่อมในสภาวะที่เป็นหลุมดำนี้มันจะอยู่นอกสมการใดๆ ที่อยู่ในสนามแม่เหล็กจักรวาลแห่งนี้ หรือพูดง่ายๆ คืออยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์ของพื้นที่และเวลาครับ ดังนั้นการเดินทางด้วยระบบนี้เวลาจึงเท่ากับศูนย์ ผมเคยได้ยินมาว่าพวกคุณเรียกวิธีการนี้ว่าการ “วาร์ป” แต่สิ่งที่คุณเรียกนี้พวกคุณยังไม่อาจทำความเข้าใจหลักการตามความเป็นจริงของมันได้ คุณยังคิดกันบนปัจจัยแบบ 3 มิติเท่านั้น วันหนึ่งที่พวกคุณเข้าใจคุณสมบัติของหลุมดำ เข้าใจค่าความโน้มถ่วงของจักรวาล เข้าใจความสัมพันธ์ที่เกิดจากการเรียงตัวในองศาที่เหมาะสมของรูปทรงปิรามิด และเข้าใจวัฏจักรเวลาของจักรวาล พวกคุณก็จะสามารถเดินทางด้วยวิธีนี้ได้เหมือนกัน แต่คงอีกนานเพราะมันต้องทำความเข้าใจเรื่องนี้จากหลายมิติ”