อารียา เมตายา เล่ม 1

อารียา เมตายา

"สู่การเป็นอารียา เมตายา"

เล่ม 1

ภาษาไทย · ๖๔.

๖๔.

ภาพที่เคยเห็น

เมื่อผมเดินไปถึงที่นั่นก็พบกับโถที่ทำจากเซรามิคมีฝาปิดมิดชิดตั้งอยู่บนเตาเพื่ออุ่นให้ร้อนตลอดเวลา และใกล้ๆ กันก็มีถ้วยชาจำนวนมากวางเรียงรายอยู่ ผมใช้กระบวยเล็กๆ ตักชาใส่ถ้วยได้สี่ถ้วย ขณะที่ผมกำลังมองหาถาดเพื่อจะยกถ้วยชานั้นไปที่โต๊ะ ผมก็เหลือบไปเห็นภาพที่คุ้นตา มันเป็นภาพที่เรามองออกไปจากในร้านที่คลาคล่ำไปด้วยคนที่กำลังนั่งทานอาหารกันอยู่ สองด้านซ้ายขวาของภาพมืด ส่วนตรงกลางเป็นช่องทางเดินแคบๆ ที่ปลายทางมีแสงสว่าง ภายในแสงสว่างนั้นปรากฏเป็นภาพเด็กผู้หญิงรูปร่างผอมบางยืนอยู่ตรงกลาง เด็กผู้หญิงคนนั้นยืนนิ่งจ้องมาทางผม

ผมเพ่งมองอยู่ครู่หนึ่ง กำลังนึกว่าเคยเห็นภาพแบบนี้ที่ไหน ระหว่างนั้นผมก็ก้มลงหยิบถ้วยชาทั้ง 4 ใบวางลงบนถาด วินาทีนั้นเองผมก็นึกขึ้นได้ว่าเคยเห็นภาพแบบนี้ที่ไหน ผมเคยเห็นที่ร้านก๋วยเตี๋ยวตอนที่มีเด็กผู้หญิงมาแจกนิตยสารฟรี แต่ที่น่าแปลกคือเด็กผู้หญิงคนนี้ดูเหมือนเป็นคนคนเดียวกันด้วย แต่เมื่อผมเงยหน้าขึ้นมา เด็กคนนั้นก็หายไปแล้ว ผมจึงรีบเดินถือถาดน้ำชาตรงออกไปนอกร้านเพื่อจะตามไปดูว่าเธอเดินไปทางไหน

“ทิมคะๆ ทางนี้ค่ะ” เสียงของโคฮารุร้องเรียกขณะที่ผมกำลังจะเดินเลยโต๊ะที่พวกเรานั่งกันอยู่

“อ้อๆๆ…ครับๆๆๆ” ผมพูดแบบติดๆ ขัดๆ พร้อมกับกวาดสายตาออกไปนอกร้าน

“เมื่อกี้คุณเห็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ยืนอยู่ตรงนั้นไหมครับ” ผมพูดพลางชี้ไปยังจุดที่เด็กคนนั้นยืน ซึ่งห่างจากโต๊ะของเราไปอีกแค่ 4 ช่วงโต๊ะ

“ไม่เห็นนี่คะ หรือว่าฉันไม่ทันสังเกตก็ไม่รู้” โคฮารุตอบ

“ผมแน่ใจว่าผมเคยเห็นเด็กคนนี้ที่โลกของผมครับ” ผมบอกเธอ

“หรือคะ ฉันว่ามันต้องมีอะไรสักอย่างที่พิเศษสำหรับคุณ เพราะโดยปรกติแล้วโอกาสที่คุณจะได้เห็นเด็กๆ ออกมาเดินตามท้องถนนนั้นน้อยมาก เนื่องจากเด็กพวกนี้จะต้องอยู่แต่ในโรงเรียน นานๆ ถึงจะออกมาข้างนอกบ้าง”

“นั่นสิครับ และภาพที่ผมเห็นนี้ก็เป็นมุมมองเดียวกับที่ผมเคยเห็นครั้งก่อนด้วย” ผมพูด

ตลอดเวลาที่นั่งกินอาหารในร้านจนเสร็จ สมองผมได้แต่คิดวนเวียนอยู่กับเรื่องของเด็กผู้หญิงคนนั้น เธอเป็นใคร มีอะไรเป็นพิเศษอย่างที่โคฮารุว่าหรือเปล่า ผมคิดกลับไปกลับมาจนทำให้ไม่ได้สนใจความอร่อยของอาหารมื้อเช้านี้ไปเลย

“ไหนบอกว่าจะกินไม่หมดไง รู้ไหมว่าพวกเรากินกันไปเท่าไหร่ ฉันนับอยู่ตลอดนะ เรา 4 คนกินกันไปทั้งหมด 52 ลูกเลยทีเดียว” โคฮารุพูดขึ้นหลังจากที่ทุกคนบอกว่าอิ่มแล้ว

“โอ้โห! จริงหรือ เรากินกันเยอะขนาดนั้นเลยหรือครับ”

“ผมอยากจะขอบคุณเจ้าของร้านนี้จังเลยครับ ไม่รู้เขาอยู่ไหน” ผมพูดเพราะรู้สึกว่าเขาเป็นคนที่เสียสละมากๆ

“ถ้าเธออยากขอบคุณเขา เธอก็แค่นึกขึ้นในใจก็ได้ ระบุถึงเจ้าของร้านแห่งนี้หรือเรียกเขาว่าคุณโฮเทปก็ได้ รับรองเขาได้ยินเสียงเธอแน่นอน” คลายเอินแนะนำ

“จริงหรือครับ เดี๋ยวผมลองทำดูครับ” ผมพูด

หลังจากนั้นผมก็ตั้งใจระบุถึงคุณโฮเทป ผมกล่าวคำขอบคุณในใจเท่าที่จะคิดออกในตอนนั้นพร้อมกับมองเข้าไปในร้านท่ามกลางคนที่กำลังทำงานหน้าเตาเหล่านั้น มีผู้หญิงคนหนึ่งหน้าตาคมเข้มรูปร่างสูงโปร่งหันมาทางผมพร้อมก้มศีรษะเล็กน้อย คล้ายกับว่าได้ยินสิ่งที่ผมบอกออกไปเมื่อสักครู่

“คุณโฮเทปนี้เป็นผู้หญิงใช่ไหมครับ” ผมถาม

“ใช่ครับ” เดอวิ้นซ์ตอบ

“ต้องเป็นคนนี้แน่ๆ เลยใช่ไหมครับ” ผมพูดพร้อมกับชี้ไปทางผู้หญิงคนนั้น

“ใช่เลย คนนั้นล่ะ” โคฮารุบอก

ผมจึงมองไปที่เธออีกครั้งพร้อมกับก้มศีรษะตอบเพื่อแสดงความขอบคุณ

“อิ่มจังเลยครับ” ผมพูด

“ได้เวลาไปกันแล้วล่ะ” คลายเอินพูดขึ้น

“ครับ”

การเดินทางจากตรงนี้ไปถึงเชิงเขา ถึงแม้ว่าจะเห็นจุดหมายปลายทางตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า แต่ผมกลับรู้สึกว่าเดินเท่าไหร่ก็ไม่ถึงสักที ขณะที่ผมกำลังพินิจยอดอาคารหลังใหญ่นั้น อยู่ๆ ก็มีแสงสีขาวเป็นจุดเล็กๆ ลอยขึ้นมาจากด้านบนและหยุดนิ่งค้างอยู่ตรงนั้น

“นั่นๆ นั่นใช่ยานบินที่คุณเคยเล่าให้ผมฟังหรือเปล่าครับ!!” ผมเรียกโคฮารุพร้อมกับชี้ไปยังจุดที่ผมเห็น

“ใช่ๆ นั่นล่ะยานบินที่ฉันบอกเธอ เห็นแล้วใช่ไหม” เธอตอบ

“นั่น! ขึ้นมาอีกลำหนึ่งแล้ว” คลายเอินชี้ให้ดูที่เดิม

“ว้าว! นี่มันยูเอฟโอชัดๆ ผมเคยเห็นแบบนี้ในคลิปวีดีโอที่โลกของผมครับ” ผมพูด

เมื่อยานบินทั้งสองลำลอยนิ่งอยู่เหนืออาคารใหญ่นั้นได้สักพัก มันก็เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงหายวับไปในทันที

นี่มันเป็นเรื่องประหลาดซ้อนความประหลาดที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาเลย สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าผมนี้คืออาคารที่พำนักของมนุษย์ต่างดาว และตอนนี้ผมก็กำลังจะเดินทางไปพบกับพวกเขา จากความรู้สึกวิตกกังวลตอนนี้กลับกลายมาเป็นความตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก

ในที่สุดพวกเราทั้งสี่คนก็เดินมาถึงเชิงเขาที่เป็นทางขึ้นสู่อาคารหลังใหญ่ บริเวณนี้มีลักษณะเป็นลานโล่ง และอย่างที่คลายเอินเคยบอกไว้คือ ที่นี่เป็นที่ที่เหล่านักดนตรีจะสลับสับเปลี่ยนกันมาเล่นเพื่อขับกล่อมรูปธรรมชั้นสูง และวันนี้ก็มีนักดนตรีมาร่วมกันบรรเลงเป็นวงใหญ่คล้ายวงออเคสตร้าเลยทีเดียว

“พวกเราจะส่งเธอถึงแค่ตรงนี้นะ จากนี้เธอต้องขึ้นไปคนเดียว” คลายเอินบอกกับผม

“อ้าว! ผมนึกว่าเราจะไปด้วยกันเสียอีก” ผมพูด

“เราไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นไปหรอกถ้าเราไม่มีธุระอะไร” เขาขยายความ

“แต่ถึงแม้ว่าจะไม่มีพวกเราไปด้วย คุณก็ไม่ต้องกังวลนะคะ” โคฮารุพูด

“ครับ ผมจะพยายามครับ”

“งั้นเจอกันใหม่นะครับ ขอบคุณทุกคนที่มาส่ง” ผมกล่าวลาและหันหลังเดินขึ้นบันไดไปทันที