อารียา เมตายา เล่ม 1

อารียา เมตายา

"สู่การเป็นอารียา เมตายา"

เล่ม 1

ภาษาไทย · ๙๖.

๙๖.

แผนการ

ผมรู้สึกว่าตอนนี้รุทอนดูจริงจังมากตั้งแต่เขาเริ่มพูดเรื่องนี้ และเมื่อผมมองไปที่เฮปเฟกับฟรีทัช เขาทั้งสองก็มีสีหน้าเคร่งเครียดไม่แพ้กัน ผมคิดว่าที่จริงผมก็ต้องเครียดเหมือนกัน เพราะนี่เท่ากับว่าผมได้เอาชีวิตไปฝากไว้กับนักบินฝึกหัด แต่ผมก็รู้สึกวางใจในพระเจ้า ผมคิดว่าจะไม่มีทางเกิดอันตรายระหว่างการเดินทางครั้งนี้ของผมอย่างแน่นอน

“ใช่แล้ว ฉันก็เชื่อมั่นในการเลือกของคุณและก็วางใจในพระเจ้าด้วยเช่นกัน” รุทอนหันมาพูดกับผมทันทีที่ผมคิดจบ

“แต่ที่ฉันต้องพูดแบบนี้เพราะนี่คือสิ่งที่เขาทั้งสองต้องฝึกฝนจนชำนาญ ที่จริงฉันไม่จำเป็นต้องห้ามอะไรเธอเลยระหว่างการเดินทางหากเป็นนักบินที่มีประสบการณ์ตามที่ฉันกำหนด เพราะเขาเหล่านั้นจะมีทักษะที่เต็มเปี่ยม เขาจะสามารถพูดคุยกับคุณได้ด้วยซ้ำ แต่สำหรับเขาทั้งสอง ฉันรู้ดีว่าทักษะของเขาเป็นอย่างไร ฉันรู้ดีว่าเขาอาจจะทำผิดพลาดทุกเมื่อถ้าเขาประมาท และถ้าหากเหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้นไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร นั่นย่อมไม่เป็นผลดีอย่างแน่นอน”

“ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นล่ะครับ ผมคิดว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยด้วยดีเพราะมันเป็นพระประสงค์ของพระเจ้าเสียอีก” ผมถาม

“เพราะเราทุกคนเป็นอิสระไงล่ะ ถึงแม้ว่าภารกิจนี้จะเป็นพระประสงค์ของพระองค์ และดูเหมือนว่ามันจะต้องเป็นไปตามนั้น แต่ในความเป็นจริงทุกอย่างก็ต้องขึ้นอยู่กับการกระทำและการตัดสินใจของเราอยู่ดี เราต้องควบคุมทุกสิ่งด้วยตัวเราเอง หากวินาทีใดที่มีการตัดสินใจใหม่ไม่ทำตามนั้น ทุกอย่างก็จะไม่เป็นไปตามนั้นได้เหมือนกัน”

“พระองค์ให้อิสระกับเราในการเลือก ดังนั้นมันจึงต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงเช่นกัน”

“อ้าว! อย่างนี้ที่ผมวางใจในพระองค์ก็ผิดน่ะสิครับ”

“ไม่ผิดหรอก สิ่งนั้นถูกต้องแล้ว การวางใจในพระองค์คือการทำตามสิ่งที่พระองค์ประสงค์ด้วยความมุ่งมั่นและกล้าหาญ นั่นเท่ากับคุณได้วางใจในแผนการของพระองค์ว่ามันจะต้องสำเร็จตามนั้น ยกเว้นว่าคุณจะเปลี่ยนใจ การเปลี่ยนแผนอาจจะเกิดขึ้นได้จาก 2 กรณีคือ คุณจงใจเปลี่ยนมันด้วยจิตสำนึกของคุณเอง กับด้วยการขาดทักษะหรือจากความประมาทเลินเล่อ”

“ซึ่งทั้งสองกรณีสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลากับมนุษย์”

“อ๋อ! ผมนึกออกแล้ว ที่คุณเคยพูดกับผมเกี่ยวกับกรณีการอุบัติขึ้นของคนที่จะมาเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณบนดาวโลกของผมว่า เขาจะมาแน่นอนยกเว้นว่าเขาจะไม่มา ผมเข้าใจแล้วว่ามันหมายความว่าอย่างไร ทีแรกผมคิดว่าคุณแค่พูดเล่นเป็นสำนวนสนุกๆ เท่านั้น” ผมคิดถึงเรื่องราวเก่าๆ

“ใช่แล้ว คุณยังสามารถเปลี่ยนมันได้ตลอดเวลาตราบใดที่มันยังไม่เกิดขึ้น และนี่เป็นสาเหตุว่าทำไมทุกอย่างบนโลกของคุณจึงเกิดความโกลาหลวุ่นวาย เพราะทุกคนไม่ทำตามแผนการ เพราะทุกคนขาดสติ เพราะทุกคนประมาทเลินเล่อ และที่สำคัญที่สุดคือทุกคนทำตามอารมณ์ความรู้สึกของจิตสำนึกมากกว่าทำในสิ่งที่ควรจะทำ”

“เอาล่ะ ทุกคนรวมทั้งคุณด้วย อารียา ขอให้ระลึกไว้เสมอว่าต้องทำมันให้สำเร็จ การรำลึกไว้เสมอคือการยังยึดมั่นในสัญญาที่ให้ไว้กับพระองค์”

“ครับ” ผมรับคำ

“อารียา เมตายา” รุทอนเรียกชื่อใหม่ของผม

“ครับ”

“ขอบคุณนะที่คุณเลือกที่จะไป แผนการนี้ได้มีการตระเตรียมไว้ล่วงหน้ามานานแสนนานแล้ว ชื่อของคุณและภารกิจของคุณก็ถูกจารึกไว้ในตำนานของผู้ที่จะไปอุบัติเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณนานแล้ว การไปของคุณในครั้งนี้คือแผนการของพระเจ้า และเป็นแผนการของตัวคุณเองด้วย”

“ตำนานอะไรหรือครับ”

“ถ้าย้อนกลับไปหลายพันปีก่อน เหล่าผู้นำทางจิตวิญญาณบนโลกของคุณในสมัยนั้นเกือบทุกคนได้บรรยายภาพของช่วงเวลาที่คุณจะอุบัติขึ้นมานี้ว่า มันจะเป็นยุคมืด เปรียบเสมือนเป็นยุคมิคสัญญี เป็นช่วงเวลาที่โลกจะมีแต่ความเสื่อมถึงขีดสุด มนุษย์จะไร้ซึ่งศีลธรรม ไม่มีพระ (ในความหมายที่แท้จริง) ไม่มีศาสนา (ในความหมายที่แท้จริง) มนุษย์จะเกลียดชังกัน จะเข่นฆ่าฟาดฟันกันด้วยอาวุธนานาชนิด กิเลสตัณหาจะครอบงำจนไม่ลืมหูลืมตา ชายหญิงจะสมสู่กันราวกับสัตว์ป่าเดรัจฉาน และยุคนี้นี่เองจะเป็นยุคที่มีความวุ่นวายโกลาหลมากที่สุด สงครามจะเกิดขึ้นทุกหย่อมหญ้า ลูกไฟจะตกจากฟากฟ้า เพลิงจะเผาผลาญบ้านเรือนจนวอดวายหมดสิ้น น้ำจะท่วมฟ้าจนปลาสามารถกัดกินดวงดาว ผู้คนจะอดอยากหิวโหยและทวีความรุนแรงจนมนุษย์ต้องกินเนื้อของมนุษย์ด้วยกันเอง พายุฝนและสายฟ้าจะผ่าลงมาทั่วพื้นผิวโลกเสียงดังกึกก้องกัมปนาท โโลกจะแยกออกเป็นเสี่ยงๆ นรกจะพลิกกลับขึ้นมาเป็นแผ่นดิน คลื่นยักษ์จากท้องทะเลจะพิโรธโกรธกริ้วยิ่งกว่าครั้งไหนๆ โรคระบาดจากเชื้อโรคร้ายจะถาโถมทำลายมนุษย์ให้มลายหายไปครึ่งค่อนโลก เสียงกรีดร้องโหยหวนจะดังระงมไปทั่วจนคนที่ได้ยินต้องกลายเป็นคนเสียสติไปด้วย”

“เขาจะอุบัติขึ้นมาท่ามกลางภัยพิบัติเหล่านั้น เขาคือผู้ที่จะมาปลดปล่อย เขาคือผู้ที่จะมาประกาศสัจธรรมสูงสุด เขาจะเป็นผู้ที่มาปลุกมนุษย์ให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหล เขาจะนำพาผู้คนไปสร้างโลกใหม่ โลกที่มีแต่ความสุข โลกที่มีแต่ความรัก ทุกคนจะมองคนอื่นเป็นเหมือนพี่เหมือนน้อง โลกที่จะไม่มีความอดอยากหิวโหยอีกต่อไป”

“ชื่อของเขาได้ถูกบันทึกไว้ในคัมภีร์โบราณของชาวยิว ซึ่งเป็นคัมภีร์ที่ว่าด้วยเรื่องการมาของ “เมซีอะห์” โดยพระเจ้าได้ตรัสผ่านตัวแทนของพระองค์ในสมัยนั้นว่า จงรอคอยเมซีอะห์ เขาจะมาปลดปล่อยพวกเจ้าให้พ้นจากการเป็นทาส”

“ชาวยุโรปตะวันออกจนถึงเอเชียกลาง พวกเขาจะรู้จักชื่อนี้ในนามว่า “เมตไตรยา” (Metteyya) ซึ่งมีเรื่องเล่าที่คล้ายๆ กัน ส่วนพวกที่อยู่ทางฟากตะวันออกไกล ประเทศที่นับถือศาสนาพุทธทั้งหมดจะรู้จักชื่อของเขาในนามว่า “ศรีอริยเมตไตรย์” หรือ “พระศรีอารย์” ซึ่งทุกๆ ชื่อล้วนแล้วแต่หมายถึงเขาทั้งสิ้น”

“และเขาคนนั้นก็คือคุณ อารียา เมตายา”

“โอ้! ไม่นะ คุณคงล้อผมเล่นใช่ไหมครับ”

“ไม่มีคำว่าล้อเล่น สำหรับฉัน ทุกอย่างจะเป็นอย่างที่มันจะต้องเป็น ไม่ใช่ว่าใครเป็นผู้กำหนดให้เป็น สิ่งนี้คือสิ่งที่คุณเคยประกาศไว้ต่อจักรวาลว่าคุณจะ ((เป็น)) เมื่อนานมาแล้ว อย่าได้กังวลไปเลย มันเป็นเพียงการปรากฏขึ้นตามที่มันจะต้องเป็นเท่านั้น”

“และวันนี้คือวันที่คุณจะได้รู้เสียทีว่า “คุณคือใคร” คุณต้องยอมรับได้แล้ว ที่ผ่านมาความประหลาดใจต่างๆ ที่ปรากฏแก่คุณนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการได้รับเกียรติสูงสุด การได้รับการต้อนรับอย่างสูงสุด เป็นต้น คุณคงต้องอนุญาตให้สิ่งต่างๆ เหล่านี้เข้าไปเป็นตัวตนของคุณได้แล้ว อย่าปฏิเสธมันอีกเลย”

“โอ้! พระเจ้า ผมไม่อยากเชื่อเลยว่าผมจะเป็น…เขาคนนั้น” ผมอุทานถึงพระเจ้าออกมาอีกครั้งด้วยความตื้นตันปนความประหลาดใจที่สุดในชีวิต และครั้งนี้มันเป็นคำอุทานที่ตระหนักรู้อย่างเต็มเปี่ยมถึงแผนการของพระองค์

“ขอบคุณพระเจ้า” ผมนึกในใจ

“คุณรุทอนครับ ผมรู้จักชื่อของเขาคนนี้ดีครับเพราะผมเคยได้ยินมาตั้งแต่เกิด แต่ผมบอกตามตรงนะครับว่า ผมมีความรู้เกี่ยวกับตำนานของเขาน้อยมาก คุณจะกรุณาเล่าให้ผมฟังหน่อยได้ไหมครับ”

“เมซีอะห์ เมตไตรยา ศรีอริยเมตไตรย์ หรือพระศรีอารย์ เป็นชื่อที่ปรากฏในตำนานของทุกๆ ศาสนาโบราณ ถ้าคุณสังเกตดีๆ การออกเสียงของชื่อเหล่านั้นจะมีความใกล้เคียงกับชื่อที่แท้จริงของคุณมาก เช่น เมซีอะห์ เมตไตรยา ก็คือเมตายา หรือ อริยะ ศรีอารย์ คืออารียานั่นเอง พวกเขาจะรู้จักชื่อของคุณในนามของผู้ที่จะมาประกาศสัจธรรมใหม่เพื่อให้เกิดศานติสุขขึ้นบนโลก แต่การมาของคุณนั้นจะพิเศษกว่าใครๆ คือคุณจะมาในช่วงเวลาแห่งการปิดยุคพอดีจึงทำให้คุณได้รับการกล่าวขวัญจากทั่วทั้งจักรวาล เพราะทุกคนรู้ดีว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่อันตรายและยากลำบากที่สุด” เขากล่าว

“หนึ่งวันของจักรวาลจะเท่ากับ 3,600 ปีของโลกมนุษย์ และหนึ่งยุคของจักรวาล พระเจ้าได้กำหนดให้มีระยะเวลาเท่ากับ 24 วันของจักรวาล หรือเท่ากับ 86,400 ปีของโลกมนุษย์ และตอนนี้เวลาของยุคเก่าได้ผ่านพ้นไปแล้ว ขณะนี้คือช่วงเวลาที่ทุกคนต่างตั้งตารอการปรากฏตัวของคุณ ข่าวลือเกี่ยวกับการอุบัติขึ้นของคุณนั้นยังคงเป็นปริศนาอยู่ บางคนก็บอกว่าคุณมาแล้ว บางคนก็บอกว่ายังไม่มา หลายๆ คนแอบอ้างว่าเป็นคุณหรือเจอคุณแล้ว แต่เรื่องที่ถกเถียงกันมากที่สุดคือสถานที่แห่งการอุบัติขึ้นของคุณว่าคือที่ไหน บ้างก็บอกว่าจะเกิดในประเทศของตัวเอง บ้างก็บอกว่าจะเกิดในศาสนาของตัวเอง เพื่อแย่งชิงความเป็นเจ้าของในตัวคุณ ในอดีตมีชายคนหนึ่งที่มีชื่อออกเสียงว่าดามูสได้บอกใบ้สถานที่แห่งการอุบัติขึ้นของคุณไว้ ซึ่งมันก็จะเป็นไปตามนั้น เขาเคยทำนายและบันทึกเรื่องราวจากการบอกของพระเจ้าผ่านอ่างน้ำโลหะไว้หลายเรื่องราว เขามองเห็นภาพอนาคตของโลกจากเงาสะท้อนในน้ำ เขาได้จดบันทึกเกี่ยวกับสถานที่แห่งการอุบัติขึ้นของคุณไว้ว่า มันเป็นเมืองเทวดาและเป็นเมืองที่เคยเป็นทะเลมาก่อน ซึ่งความหมายของคำว่า “เทพ” ก็คือคำว่า “เทวดา” ดังนั้นกรุงเทพคือชื่อเมืองๆ นั้น และที่ตั้งของกรุงเทพก็เคยเป็นทะเลมาก่อนตรงตามที่ชายคนนั้นบอกทุกประการ นอกจากนั้นเขายังบันทึกเกี่ยวกับสถานภาพของคุณอีกว่า คุณจะเป็นเพียงลูกของคนยากจนคนหนึ่งเท่านั้น”