๘๒.
รักทุกสรรพสิ่ง
๘๒. รักทุกสรรพสิ่ง
“ในกระบวนการต่อมาที่คุณต้องทำคือการมอบความรักแด่ทุกๆ สรรพสิ่งในจักรวาล” เขาพูดจบก็เว้นวรรคนานพอสมควร
“เอ่อ…ยังไงต่อครับ” ผมถามเมื่อรู้สึกว่ามันนานผิดปรกติ
“คุณไม่มีความรู้สึกอะไรกับคำๆ นี้เลยหรือ” เขาถาม
“ไม่เห็นมีนี่ครับ”
“ที่ผมพูดว่าทุกสรรพสิ่งน่ะ” เขาถามย้ำ
“อืม…ไม่ครับ ก็ทุกสรรพสิ่งแล้วไงครับ” ผมตอบ
“คุณอาจจะต้องฝึกเรื่องการพิจารณาคำพูดที่ได้ยินให้ลึกซึ้งมากกว่านี้หากจะเป็นรูปธรรมชั้นสูง ไหนคุณลองตอบผมหน่อยสิว่า การรักทุกสรรพสิ่งนั้นหมายถึงอะไรบ้าง”
“รักทุกสรรพสิ่ง หมายถึง รักคน สัตว์ และอาจจะรวมถึงสิ่งมีชีวิตอื่นๆ พวกต้นไม้ใบหญ้าด้วยใช่ไหมครับ คุณคงไม่ได้หมายถึงสิ่งที่ไม่มีชีวิตอย่างพวกวัตถุสิ่งของ ดวงดาว ท้องฟ้าใช่ไหมครับ”
“ไม่ครับ ผมหมายถึงสิ่งเหล่านั้นด้วย ก้อนหินทุกก้อน เม็ดทรายทุกเม็ด” เขาตอบ
“ทำไมเราต้องมอบความรักให้กับสิ่งเหล่านั้นด้วยล่ะครับ”
“สำหรับการแสดงออกซึ่งความรักของคนที่คิดแบบจิตมนุษย์ทั่วๆ ไปนั้นมักจะเลือกกระทำต่อสิ่งที่มีความสามารถในการรับรู้ได้ เพราะคุณมีพื้นฐานความคิดที่ว่า จะทำอะไรสักอย่างก็ต่อเมื่อรู้ว่าจะได้รับการตอบสนองเท่านั้น หากรู้แน่ชัดว่าสิ่งนั้นจะไม่มีการตอบสนองหรือไม่มีการรับรู้ใดๆ คุณก็จะไม่ทำ แต่สำหรับคุณสมบัติของรูปธรรมชั้นสูงนั้น ถึงแม้จะรู้ว่าสิ่งที่เขากระทำไปนั้นจะไม่มีการตอบสนองเขาก็ยังจะทำ เพราะเขาทำไปตามคุณสมบัติของเขา ดังนั้นตัวแปรสำคัญไม่ได้อยู่ที่ใครจะเป็นผู้รับ แต่อยู่ที่ผู้ส่งหรือผู้มอบความรักนั้นต่างหากที่จะส่งกระแสคลื่นนี้ออกไปอย่างไม่จำกัด โดยไม่เลือกว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไร”
“แต่บางครั้งผมก็รู้สึกแปลกใจกับสิ่งที่พวกมนุษย์โลกของคุณแสดงออกมาเหมือนกัน ทั้งๆ ที่พวกคุณมีแนวคิดว่าจะไม่มอบสิ่งใดต่อวัตถุที่ไม่มีชีวิต แต่พอถึงเวลาจริงๆ เมื่อสิ่งของเหล่านั้นทำให้คุณไม่พอใจ เช่น มาขวางทางจนทำให้คุณสะดุดล้ม พวกคุณกลับแสดงความโกรธกับสิ่งเหล่านั้นราวกับว่ามันมีชีวิต”
“รูปธรรมชั้นสูงจะไม่ทำอย่างนั้นเด็ดขาด เขาจะไม่โกรธแม้กระทั่งกับสิ่งของที่ไม่มีชีวิต เพราะนั่นเท่ากับเขาได้ปลดปล่อยความชังออกมาโดยที่ไม่มีแม้แต่คู่กรณี สำหรับพวกเราจะถือว่านี่เป็นเรื่องที่โง่เขลาที่สุดและก็ไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย เพราะคลื่นความชังนี่เองที่ทำให้คุณหมดโอกาสเชื่อมต่อกับสนามพลังงานที่เป็นโครงข่ายสากลของจักรวาล”
“ในหลักการมอบความรักแด่ทุกสรรพสิ่งนี้ คุณก็ต้องทำให้ได้แบบตลอดเวลาเช่นกัน คุณต้องส่งกระแสความคิดนี้ออกไปจากตัวคุณ สู่ทุกๆ สิ่งที่อยู่รอบตัวคุณ สู่สังคมของคุณ สู่ประเทศของคุณ สู่โลกของคุณ และที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือส่งไปสู่จักรวาลของคุณ มันจะต้องแผ่ออกไปจากตัวคุณในทุกๆ มิติโดยไม่มีการจำเพาะเจาะจงว่าเป็นที่ใด วิธีการนี้จะเป็นเสมือนใบเบิกทางให้กับคุณ คุณจะกลายเป็นอภิสิทธิ์ชนในสายตาของรูปธรรมทางพลังงานทั้งมวล รูปธรรมที่มีจิตอคติทั้งหลายจะไม่กล้าขัดขวางการกระทำใดๆ ของคุณ รัศมีของคุณจะแผ่จ้าจนทุกคนต้องหลีกทางให้”
“ในเวลาเดียวกันคุณก็จะเป็นที่รักของรูปธรรมชั้นสูงที่ประจำการอยู่ในสถานที่ต่างๆ ด้วย หากคุณเดินไปทางไหน เขาเหล่านั้นก็จะคอยจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่างไว้สำหรับคุณ”
“ผมฟังแล้วรู้สึกเครียดขึ้นมาเลยครับ แล้วถ้าผมทำไม่ได้จะเป็นอย่างไรครับ” ผมถาม
“คุณก็จะเป็นตัวประหลาดในสายตาของพวกเราน่ะสิ มันจะเหมือนคุณกำลังเดินทวนกระแสน้ำ คนทั้งโลกนี้เขาหมุนกันไปทางนี้แต่คุณจะหมุนไปอีกทางหนึ่ง มันย่อมเกิดความลำบากและขัดแย้งกัน ในที่สุดคุณก็จะอยู่ไม่ได้”
“แต่ไม่ต้องกังวล คุณจะทำได้แน่นอน เพราะคุณได้รู้กระบวนการทำที่ถูกวิธีแล้ว เพียงแค่คุณลงมือทำเท่านั้น”
“ผมจะอธิบายในหัวข้อต่อไปนะครับ คุณมีอะไรจะถามในส่วนนี้ไหม”
“เอ่อ…ตอนนี้ยังคิดไม่ออกครับ” ผมตอบ