อารียา เมตายา เล่ม 1

อารียา เมตายา

"สู่การเป็นอารียา เมตายา"

เล่ม 1

ภาษาไทย · ๗๐.

๗๐.

บ้านอิสระ

๗๐. บ้านอิสระ

“เรื่องราวการล่มสลายของอารยธรรมแอตแลนติสก็เป็นอย่างที่พวกคุณเคยได้ยินมาคือ เกิดแผ่นดินไหวและการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกครั้งใหญ่ ทำให้มหานครแอตแลนติสและทวีปเลมูเรียทั้งทวีปนั้นหักโค่นพลิกกลับจมหายลงสู่ก้นมหาสมุทร การจมลงของทวีปในครั้งนั้นที่จริงมันคือแผนการที่พวกเราเหล่ารูปธรรมชั้นสูงทั้งแปดเป็นผู้ร่วมกันวางแผนทำให้มันเกิดขึ้น ภายหลังได้มีการบันทึกเป็นตำนานเกี่ยวกับเทพเจ้าทั้งแปดในวัฒนธรรมฝั่งตะวันออก ประกอบกับในช่วงเวลานั้นซึ่งเป็นช่วงที่สภาพจิตสำนึกของมนุษย์ตกต่ำถึงขีดสุดคล้ายๆ กับที่กำลังเกิดขึ้นในเวลานี้บนโลกของคุณ เหล่ารูปธรรมทั้งแปดจึงใช้โอกาสจากความอ่อนแอของแผ่นเปลือกโลกผสมโรงกับการเร่งปฏิกิริยาทางเทคนิค จนทำให้เกิดการยุบตัวและดันตัวในบางส่วนอย่างรุนแรงในครั้งนั้น”

“ผลที่ออกมาก็เป็นที่น่าพอใจ มหานครแอตแลนติสของเดอกูร่าถูกจมลงเกือบทั้งหมด มีผู้คนล้มตายอย่างมหาศาล แต่เดอกูร่าไม่ตาย เขาได้อพยพผู้คนที่เป็นชนชั้นสูง นักปราชญ์ และครอบครัวซึ่งตอนนั้นมีทายาทที่เกิดมาจากเขาแล้วหลายพันคน เขาได้ไปตั้งรกรากใหม่ทางตะวันออกจากพิกัดเดิม ที่ที่พวกคุณเรียกกันว่า เมโสโปเตเมีย หรือในแถบทวีปยุโรปในปัจจุบัน แต่ด้วยการติดตามเพื่อขัดขวางการดำเนินงานจากพวกเราอย่างใกล้ชิด เขาจึงได้จัดตั้งเป็นองค์กรลับให้อยู่เบื้องหลังการแสดงบทบาทบนโลกของคุณทั้งหมดแทนการอยู่เบื้องหน้าด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นทางการเมือง การปกครอง การเงิน การธนาคาร การทหาร ทุกภาคส่วนล้วนถูกทายาทของเดอกูร่าบงการอยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น องค์กรลับของเดอกูร่านี้จัดตั้งมาเพื่อภารกิจในการถ่ายทอดสรรพวิชาที่เป็นทักษะพิเศษต่างๆ สืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น เขาเรียกชื่อองค์กรของเขานี้ว่า “บ้านอิสระ” (Free Maison) (ภาษาดั้งเดิมของคนในแถบยุโรป Maison หรือ Mansion แปลว่าบ้าน) ซึ่งมีความหมายตรงตัวว่า เขาได้ประกาศความเป็นเจ้าของโลกไกอาและต้องการเป็นอิสระจากการควบคุมของพวกเราหรือจากพระเจ้า”

“นับตั้งแต่ช่วงเวลาที่เดอกูร่าเข้าไปใช้ชีวิตอยู่บนโลกของคุณ เขาได้สร้างความโกลาหลวุ่นวายไว้มากมาย ด้วยรหัสของการไม่มีวันตายเขาจึงยังคงมีชีวิตอยู่มาตราบจนทุกวันนี้ แต่ด้วยคุณภาพของสิ่งแวดล้อมและอำนาจแม่เหล็กโลกที่ไม่เหมาะสมกับการมีชีวิตนิรันดร์ มันจึงทำให้เกิดปฏิกิริยาต่อต้านขึ้น ร่างกายของเขาปัจจุบันมีสภาพที่ทรุดโทรมมาก ยังมีเนื้อหนังอยู่บ้าง แต่อยู่ในสภาพที่เกือบจะใช้งานไม่ได้ คือมีลักษณะขาวซีดเหมือนซากศพ มีเพียงจิตใจและจิตวิญญาณเท่านั้นที่ยังอยู่ สิ่งเดียวที่จะทำให้เขานั้นรู้สึกสดชื่นขึ้นมาได้คือการได้ดื่มเลือดสัตว์หรือมนุษย์สดๆ เนื่องจากในเลือดนั้นมีเซลล์ชีวิตที่จะไปทำให้ร่างกายของเขาชุ่มชื้นขึ้นมาได้ชั่วคราว ดังนั้นเขาจึงให้บริวารที่เป็นทายาทออกไปเสาะแสวงหาสัตว์หรือมนุษย์ โดยเฉพาะมนุษย์ที่เป็นเด็กเป็นๆ มาขังไว้จำนวนมากเพื่อจะได้เจาะเอาเลือดมาให้เขาดื่มสดๆ ทุกวัน เมื่อคนไหนหรือสัตว์ตัวไหนตายไปก็จะถูกจับเข้าเตาเผาภายในปราสาทที่เขาอาศัยอยู่นั่นเอง เรื่องราวของเขาถูกปิดเป็นความลับมาโดยตลอด ไม่มีใครสามารถล่วงรู้ได้ว่าเขาเป็นใครและอยู่ที่ไหน”

“หลังจากช่วงเวลาแห่งการล่มสลายของมหานครแอตแลนติส ที่จริงมันดูเหมือนว่าน่าจะหยุดยั้งแผนการของเดอกูร่าได้ แต่ด้วยอำนาจและความชาญฉลาดของทายาทที่เดอกูร่าสร้างไว้จึงทำให้ธุรกรรมของพวกเขายังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความจำเป็นในการเดินทางไปยังโลกของคุณจึงมีมากขึ้น เพราะต้องส่งกองกำลังไปสนับสนุนมากขึ้นและถี่ขึ้น เราจึงมีการคำนวณพื้นที่ที่จะสร้างประตูใหม่ๆ ไว้ล่วงหน้า โดยมีการเฉลี่ยระยะห่างของเวลาให้เหมาะสม คืออยู่ที่ทุกๆ 10 ปี รวมเป็น 360 ประตูอย่างที่บอกไว้ แต่ก็จะมีบางช่วงบางปีที่มีการเดินทางที่ต่อเนื่องกันเลย เหมือนกับในช่วงเดือนนี้ซึ่งจะมีประตูเปิดซ้อนกันถึง 2 ประตูคือประตูหมายเลข 4 ที่คุณเข้ามาเมื่อ 5 วันก่อน และก็จะมีประตูหมายเลข 16 ที่จะเปิดในวันพรุ่งนี้เวลาก่อนเที่ยงเล็กน้อย”

“ทำไมมันถึงได้ต่อเนื่องกันอย่างนี้ล่ะครับ ทั้งๆ ที่มีการคำนวณไว้แล้ว” ผมถาม

“ใช่ ตามหลักแล้วมันต้องเป็นอย่างนั้น แต่เนื่องจากช่วงเวลานั้นได้เกิดความจำเป็นอย่างยิ่ง คือระหว่างที่เรากำลังมีการก่อสร้างประตูที่ 15 เพื่อรองรับการเดินทางในอีก 110 ปีถัดไปอยู่นั้น ทันทีที่สิ้นสุดเวลาของการเดินทางจากประตูที่ 4 ได้มีการแจ้งเหตุมาจากทางดาวโลกไกอาว่า เกิดความตกต่ำทางจิตสำนึกของมนุษย์โลกครั้งใหญ่ ผู้คนกำลังเกลียดชังกันอย่างมากจนทำให้เกิดมหาสงครามที่เหล่าทายาทของเดอกูร่าอยู่เบื้องหลังประทุขึ้น เกิดความต้องการกำลังเสริมเพื่อค้ำจุนการหมุนของดาวโลกไกอาอย่างเร่งด่วนที่สุด”

“พวกเราจึงได้มีมติให้สร้างประตูเพิ่มอย่างเร่งด่วนในพิกัดที่ห่างไปเพียงแค่ 6 วัน โดยได้มีการนัดหมายและระดมสรรพกำลังมาช่วยกันสร้างปิรามิดตามพิกัดที่กำหนดนี้ขึ้นมา ปิรามิดอันนี้มีขนาดไม่ใหญ่นัก ดังนั้นประตูที่ 16 จึงสร้างเสร็จก่อนประตูที่ 15 และมีช่วงเวลาในการเปิดใช้งานห่างจากประตูที่ 4 เพียงแค่ 6 วันเท่านั้น”

“ในช่วงเวลาหลังจากนั้นเองที่พวกเราสร้างปิรามิดไปเรื่อยๆ จนครบ 360 ประตู”

“ปัจจุบันทายาทของเดอกูร่าได้รับการสืบทอดและแพร่กระจายอยู่ในสังคมผู้ปกครองและกลุ่มผู้ที่กุมอำนาจทางเศรษฐกิจโลกของคุณไว้ทั้งหมด รวมทั้งองค์กรศาสนาที่ใหญ่ที่สุดด้วย คุณคงเคยได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับพวกเขามาบ้างใช่ไหม”

“เกี่ยวกับองค์กรลึกลับนี้หรือครับ”

“ใช่”

“ผมเคยได้ยินเกี่ยวกับทฤษฎีสมคบคิดหรือทฤษฎีจัดระเบียบโลกใหม่ และเคยได้ยินมาว่าแม้แต่รัฐบาลกลางสหรัฐเองยังถูกองค์กรลับนี้ชักใยอยู่เบื้องหลัง แต่ผมก็ไม่ทราบว่าพวกเขาเป็นใคร อยู่ที่ไหน แล้วก็ไม่แน่ใจด้วยว่าเรื่องเหล่านี้จะเป็นเรื่องจริง” ผมตอบ

“ทุกเรื่องที่คุณพูดมาล้วนแล้วแต่อยู่ในแผนการของพวกเขาทั้งสิ้น”

“แม้กระทั่งการโฆษณาชวนเชื่อต่างๆ ที่มักจะจำลองให้พวกคุณเป็นฝ่ายธรรมะและกำลังถูกรุกรานจากฝ่ายอสูรร้ายบ้าง ปีศาจจากนอกโลกบ้าง ซึ่งการสร้างความรู้สึกแบบนี้คือการพยายามทำให้พวกคุณมองพวกเรา (รูปธรรมชั้นสูง) ว่าเป็นฝ่ายชั่วร้าย แนวคิดเหล่านี้มักจะถูกฝังอยู่ในฉากของภาพยนตร์ทุกๆ เรื่องหรือแม้กระทั่งหนังการ์ตูนสำหรับเด็ก เขาได้หล่อหลอมให้เชื่อว่าพวกคุณนั้นคือฝ่ายธรรมะ เป็นฝ่ายที่ถูกต้องและกำลังโดนรังแก เพื่อทำให้คุณมองอีกฝ่ายหนึ่งอย่างเกลียดชัง”

“ขอให้คุณสังเกตตัวเองให้ดีก็แล้วกันว่า ไม่ว่าคุณจะเกลียดชังใคร ไม่ว่าคนคนนั้นจะชั่วร้ายแค่ไหนในสายตาของคุณ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณมีความเกลียดชังอยู่ในใจ นั่นเท่ากับคุณได้เป็นฝ่ายของเขาไปเรียบร้อยแล้ว”

“เพราะโดยเนื้อแท้ของผู้ที่สามารถวิวัฒน์จิตสำนึกของตัวเองให้เข้าถึงความรักอันสูงสุดแล้วนั้น จะต้องไม่มีความเกลียดชังหลงเหลืออยู่ในจิตใจเลยแม้แต่น้อย”

“ใช่ครับ ผมดูหนังพวกนี้มาตั้งแต่เด็ก”

“นั่นแหละ เขากำลังสร้างให้คุณเป็นแบบเขา เพราะตราบใดที่คุณเห็นการฆ่าเป็นเรื่องที่ชอบธรรมไม่ว่าจากฝ่ายไหน นั่นเท่ากับคุณได้ปลดปล่อยคลื่นแห่งความเกลียดชังออกไปจากตัวคุณเรียบร้อยแล้ว”

“ถ้าเราเป็นฝ่ายถูกรุกราน หากเราไม่ฆ่าเขา เขาก็จะมาฆ่าเรา แล้วเราจะทำอย่างไรดีล่ะครับ” ผมถาม

“รักเขาสิ ถ้าคุณรักเขาด้วยหัวใจบริสุทธิ์ คุณจะมีการปฏิบัติต่อเขาไม่เหมือนกับที่คุณเคยทำมาอย่างแน่นอน” เขาตอบ

“เพราะพวกเราใช้วิธีการนี้ทำสงครามกับเดอกูร่า พวกเขาถึงยังดำรงอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้ไงล่ะ”

“ถ้าอย่างนั้น สิ่งที่พวกคุณทำก็ไม่ได้ผลน่ะสิครับ” ผมแสดงความเห็น

“ผลอย่างไหนล่ะ ถ้าคำว่าได้ผลนั้นหมายถึงการฆ่าหรือการกำจัดคนของเขาให้สิ้นซากล่ะก็ สิ่งนั้นไม่ใช่เป้าหมายของพวกเรา ชัยชนะที่แท้จริงของพวกเราคือการทำให้เขากลับใจ”