อารียา เมตายา เล่ม 1

อารียา เมตายา

"สู่การเป็นอารียา เมตายา"

เล่ม 1

ภาษาไทย · ๓๔.

๓๔.

เขิน

ผมหลับสนิททั้งคืน มารู้สึกตัวอีกทีก็น่าจะใกล้เวลาเช้าเต็มทีเพราะได้ยินสรรพสัตว์เริ่มส่งเสียงดัง ดวงอาทิตย์ยังไม่ขึ้นแต่ก็มีแสงสว่างจางๆ ทำให้เห็นภาพต่างๆ รอบกายได้อย่างชัดเจน แล้วอยู่ๆ ผมก็รู้สึกว่ามีริมฝีปากนุ่มๆ มาแตะที่ข้างหูผมเบาๆ

“ที่รักคะ” เธอกระซิบ

“ใกล้จะเช้าแล้ว ช่วยเติมรักให้สมกับที่ฉันรอคอยอีกสักครั้งนะคะ” เธอเผยวัตถุประสงค์

ทันทีที่สิ้นเสียงของเธอ ผมก็เริ่มกระบวนการทุกอย่างที่ทำมาเมื่อคืน ผิดกันตรงที่เช้าวันนี้ผมได้รับอรรถรสแห่งสัมผัสทางตาเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งช่องทาง ผมดึงผ้าห่มที่คลุมร่างของเธอออก แสงอ่อนๆ จากภายนอกทำให้ผมเห็นผิวขาวใสสะอาดของเธออย่างชัดเจน รูปร่างที่เปรียบเสมือนสาวแรกรุ่นนั้นทำให้ผมเกิดความตื่นตัวอย่างรวดเร็ว ผมใช้เวลากับกิจกรรมยามเช้านี้นานกว่าเมื่อคืนเพื่อดื่มด่ำความสุขที่พิเศษสุดนี้จนแทบจะทะลักล้นใจออกมา หลังเสร็จภารกิจผมรู้สึกได้ถึงความอิ่มเอมที่เกิดกับเธอจนเธอกอดผมไว้แน่น

ขณะนี้แสงแดดได้สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างทำให้ผมเห็นภาพของเธอได้อย่างชัดเจนมากขึ้นอีก ผมกลับมาคิดทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับผมอีกครั้ง ผู้หญิงที่นอนอยู่ข้างผมคนนี้มีเพียงคำว่านางฟ้าเท่านั้นที่จะใช้เรียกความเป็นเธอ ถึงตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมานิดๆ แล้วว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้มันจะกลายเป็นเพียงแค่ความฝัน

“เรารีบแต่งตัวเพื่อออกไปข้างนอกกันดีไหม เริ่มสายแล้ว เดี๋ยวพ่อกับแม่ของคุณจะว่าเอา” ผมชวนโคฮารุที่ตอนนี้นอนกอดผมไว้แน่น

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันบอกพ่อกับแม่ฉันแล้วว่าเรากำลังมีอะไรกันรอบที่สองในเช้านี้” เธอพูดเสียงเบาๆ

“คุณบอกพ่อกับแม่คุณ…ด้วยหรือ” ผมถาม

“ค่ะ”

“….!!”

ผมเห็นว่าตอนนี้มันค่อนข้างสายและคิดว่าคุณโยชิดะกับซูด้าคงจะตื่นกันนานแล้ว ผมจึงค่อยๆ ลุกขึ้นใส่เสื้อผ้า ผมค่อยๆ เลื่อนประตูห้องออกมาอย่างแผ่วเบาและเดินย่องๆ มาตามทางเดินสั้นๆ ที่กั้นระหว่างห้องสองห้องอยู่ เมื่อมาถึงห้องโถงก็เป็นอย่างที่คาดไว้ โยชิดะนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร ส่วนซูด้าก็กำลังง่วนอยู่กับการปรุงอาหารเช้า

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ นอนหลับสบายไหมคะ” ซูด้ากล่าวทักทายผมก่อน

“อรุณสวัสดิ์ คระๆ..ครับ หลับสบายครับ” ผมรู้สึกเขินจนพูดอะไรได้ไม่ค่อยเต็มปากเท่าไหร่

“อรุณสวัสดิ์ครับคุณโยชิดะ” ผมทักท้ายคุณโยชิดะ

“เป็นอย่างไรบ้าง…ลูกสาวฉัน” เขาหันมาพูดกับผมพร้อมกับยิ้มที่มุมปากเล็กๆ

“เอ่อๆๆ…ผมๆ” ผมไม่รู้จะตอบคำถามนี้อย่างไรดี ที่จริงคำถามทำนองนี้มันน่าจะถามกันระหว่างเพื่อนสนิทเวลาที่ไปมีอะไรกับผู้หญิงมามากกว่า แต่นี่เป็นคำถามที่มาจากพ่อของลูกสาวที่ผมเพิ่งนอนกับเธอมาไม่ถึง 5 นาทีนี้เอง

“ดีครับ” ผมพูดแบ่งรับแบ่งสู้เพราะไม่แน่ใจว่าจะแสดงความรู้สึกออกมาอย่างไรดี

“แค่ดี..เองหรือคะ” ซูด้าย้ำคำพูดของผม ขณะที่โยชิดะยิ้มกว้างๆ ออกมาเหมือนเกือบจะหัวเราะ ผมรู้สึกว่าโยชิดะเข้าใจความเขินอายของผมดี

“เอ่อ..ไม่ใช่ครับ วิเศษที่สุดเลยครับ” ผมรีบแก้ไขคำพูด ผมคิดว่าผมคงต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่งถึงจะชินกับทัศนคติเรื่องเพศของคนที่นี่

ผมรู้สึกว่าผมอายที่สุดในชีวิต ผมไม่เคยเจอสถานการณ์อะไรอย่างนี้มาก่อน ผมไม่รู้จะทำตัวอย่างไร ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ แล้วรีบเดินผ่านซูด้าเพื่อไปนั่งที่โต๊ะกับโยชิดะ ผมคิดว่าหัวข้อการสนทนาในเช้าวันนี้ไม่น่าจะเป็นเรื่องนี้ ผมจึงพยายามคิดหัวข้อเพื่อเบี่ยงเบนประเด็นทันที

“บ้านหลังนี้เป็นบ้านทรงญี่ปุ่นหลังเดียวในโลกคู่ขนานเลยไหมครับ” ผมรีบชิงถามโยชิดะ ที่จริงผมก็ไม่ได้อยากรู้เท่าไหร่นักหรอกเกี่ยวกับเรื่องนี้

“เอ่อ…” โยชิดะไม่ทันตั้งตัวกับคำถามนี้จึงทำท่าคิดแป๊ปหนึ่ง

“เท่าที่ดูมีแค่สองหลังนะ อีกหลังหนึ่งจะเป็นแนวผสมผสานความเป็นญี่ปุ่น แต่ของฉันนี้เป็นแบบญี่ปุ่นแท้ๆ เลย” เขาตอบโดยเอานิ้วแตะที่ขมับเหมือนส่งกระแสจิตออกไปสำรวจ

“แสดงว่ามีคนญี่ปุ่นเข้ามาที่โลกนี้ได้แค่สองคนอย่างนั้นหรือครับ” ผมถามต่อเพื่อให้การเบี่ยงเบนประเด็นนั้นสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

“ในประวัติศาสตร์มีคนญี่ปุ่นเข้ามาที่โลกนี้ได้หลายคน แต่สวนใหญ่ก็สร้างบ้านแบบของคนที่นี่ ไม่ได้เอาวิธีการของญี่ปุ่นมาสร้าง พอดีพ่อของฉันเป็นช่างสร้างบ้านและฉันก็เคยศึกษาวิธีการสร้างบ้านแบบนี้มาจากท่าน” โยชิดะตอบผมพร้อมกับรินน้ำชาให้

“รวมทั้งวัฒนธรรมการดื่มชานี้ด้วยใช่ไหมครับ” ผมต่อด้วยคำถามประเด็นของชาทันที

“คิดว่าไม่นะ คนที่นี่นิยมดื่มชากันอยู่แล้ว และชาของที่นี่ก็มีรสชาติเยี่ยมแบบหาที่ไหนไม่ได้ในโลกไกอาของเราเลย เธอลองชิมดูสิ”

ผมบรรจงยกถ้วยน้ำชาที่ปั้นด้วยดินเผาขึ้นมาดมดูก่อนที่จะจิบช้าๆ ทันทีที่แก้วชาใกล้จมูก ผมก็รู้สึกได้ถึงความหอมประดุจกลิ่นของดอกไม้ป่า และเมื่อลิ้นสัมผัสกับน้ำชา รสชาติที่ได้มันมีความละมุนละไมเหมือนได้ดื่มเครื่องดื่มที่ผ่านกรรมวิธีการปรุงมาอย่างดี ทั้งๆ ที่เป็นแค่น้ำชาใสๆ

“กลิ่นและรสชาติเยี่ยมมากๆ อย่างที่คุณว่าจริงๆ ครับ ขนาดผมไม่ได้เป็นคนนิยมดื่มชานะผมยังรู้สึกขนาดนี้ นี่ถ้าผมได้ลองดื่มชาแบบนี้ตั้งแต่แรก ผมคงติดชามากกว่ากาแฟแน่นอน” ผมพูด

“นี่แค่สายพันธุ์เดียวนะ ที่นี่มีชาให้เธอเลือกชิมเป็นร้อยๆ ชนิด ฉันเองยังดื่มไม่ครบทุกชนิดเลย ถ้านักดื่มชาที่ญี่ปุ่นมาที่นี่คงจะเป็นสวรรค์ของพวกเขาเลยล่ะ” โยชิดะพูด

“ทำไมคนถึงนิยมดื่มชากันครับ” ผมถามไปเรื่อยๆ เพื่อให้เราสามารถมีบทสนทนากันอย่างต่อเนื่อง

“ในใบไม้ทุกๆ ใบ นอกจากจะให้รสที่แตกต่างกันแล้วยังมีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่แตกต่างกันอีกด้วย ที่จริงใบไม้แทบทุกชนิดสามารถนำมาทำชาได้ เพียงแต่ว่าส่วนใหญ่เมื่อนำมาทำแล้วรสชาติมันจะไม่ดี ขมบ้าง ฝาดบ้าง เปรี้ยวบ้าง แล้วแต่คุณสมบัติของมัน หรือบางชนิดก็ต้องนำมาผ่านกรรมวิธีที่ซับซ้อนถึงจะได้คุณสมบัติ รสชาติ และกลิ่นที่ดี” เขาเริ่มเกริ่น

“คุณสมบัติที่ว่านี้เป็นสิ่งที่มีใครบางคนกำหนดขึ้นมา ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือเวลาที่คนบนดาวโลกไกอาของเรานั้นป่วย เราต้องการรักษาโรคเหล่านั้นด้วยสมุนไพร คนที่มีความรู้เรื่องนี้เขาก็จะคัดเลือกใบไม้ที่มีคุณสมบัติรักษาโรคนั้นๆ ขึ้นมา ใบไม้หนึ่งชนิดสามารถรักษาอาการได้หนึ่งหรือสองอย่าง และเมื่อนำมันมาผสมกับอีกหนึ่งชนิดก็อาจจะสามารถรักษาโรคได้อีกหนึ่งอย่างขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของมัน” เขาอธิบาย

“ที่จริงจะเรียกว่าการรักษาก็คงไม่ถูกต้องสักเท่าไหร่ น่าจะเรียกว่าเป็นการปรับการทำงานให้อวัยวะส่วนนั้นๆ กลับมาทำงานได้ปรกติเหมือนเดิมมากกว่า”

“มันอาจจะเป็นความบังเอิญที่ใบไม้เหล่านั้นมีคุณสมบัติของมันอยู่แล้ว และพวกเราก็ไปค้นพบว่ามันสามารถรักษาเราได้ก็ได้นะครับ” ผมแสดงความเห็น

“ไม่มีความบังเอิญ วันหนึ่งเธอจะต้องเป็นคนอธิบายเรื่องนี้ด้วยตัวเอง” เขาพูด

“ครับผม”

เรารั่งคุยกันได้สักพักใหญ่ โคฮารุก็เดินออกมาจากห้องนอน วินาทีนั้นผมรู้สึกได้ถึงความเขินอายที่ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง

“ได้เวลาอาหารเช้าพอดีเลยลูกรัก” ซูด้าพูด

“อรุณสวัสดิ์ค่ะแม่ อรุณสวัสดิ์ค่ะพ่อ” โคฮารุทักทาย

“เป็นไงบ้างจ๊ะลูก” ซูด้าเปิดประเด็น ขณะที่โคฮารุเดินมาถึงที่โต๊ะ

“เป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดเลยค่ะแม่” พอโคฮารุพูดประโยคแรก ผมก็รู้ได้ทันทีว่ามันต้องมีอะไรอีกแน่นอน

“คุณแม่…คุณพ่อคะ ตอนที่แม่กับพ่อบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ว่ามันจะเป็นความสุขขั้นสูงสุดนั้น ที่แรกหนูก็ยังนึกไม่ออกเท่าไหร่ หนูไม่เคยคิดเลยว่ามันจะเป็นประสบการณ์ที่วิเศษสุดขนาดนี้”

“ขอบคุณทิมมากนะคะที่มอบประสบการณ์ที่แสนมหัศจรรย์นี้ให้” เธอพูดพร้อมกับหันมาหาผม ดูเธอพูดเรื่องนี้ด้วยแววตาเป็นประกายเหมือนว่านี่เป็นประสบการณ์ครั้งแรกของเธอ

“โดยเฉพาะเวลาที่ทิมใช้ปากของเขาจุมพิตไปทั่วร่างกายของหนู แม่คะ มันเหมือนเป็นการปะทะของอะไรสักอย่างที่หนูไม่เคยรู้สึกมาก่อน ไม่เหมือนกับการจุมพิตของพ่อกับแม่ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่ความสุขที่สุดเหมือนกับตอนที่เราใช้อวัยวะเพศร่วมกัน แต่มันก็เป็นการปลุกเร้าที่มีความพิเศษอีกแบบหนึ่งจนทำให้หนูต้องร้องเป็นเสียงดังออกมา ซึ่งมันเป็นเสียงที่หนูไม่เคยเปล่งออกมาก่อนเลยในชีวิต” เธอเล่าเสียละเอียดยิบ ถึงตอนนี้ผมแทบจะมุดลงไปใต้โต๊ะด้วยความอาย

“และยิ่งตอนที่เราใช้อวัยวะเพศร่วมกันนะคะ มันเป็นสัมผัสที่เสียวซ่านเกินจะบรรยายจริงๆ ค่ะ หนูรู้สึกว่าต่อมรับรู้และอวัยวะสัมผัสทุกอย่างมันเปิดทำงานพร้อมกันหมด”

“มันเหมือนมีรัศมีที่เจิดจรัสขึ้นมาในตัว มันเป็นพลังงานที่ไหลเวียนเคลื่อนไปทั่วทั้งร่างด้วยความเร็วสูง เกิดเป็นความร้อนจนเหงื่อหยดออกมาเป็นเม็ดๆ ทั้งที่ตอนนั้นอากาศหนาวเย็น” เธอบรรยายต่ออย่างออกรสชาติ

“ใช่ไหมคะทิม” เธอหันมาถามผม

“คระๆๆ…ครับ” ผมตอบพร้อมกับแสร้งยิ้มเพราะไม่คิดว่าเธอจะเล่าทุกอย่างขนาดนี้

ผมเหลือบไปดูหน้าของซูด้า ดูเหมือนว่าเธอกำลังรู้สึกชื่นชมยินดีไปกับสิ่งที่ลูกสาวของเธอได้รับถึงแม้ว่าโคฮารุกำลังเล่าเรื่องบนเตียงระหว่างเธอกับผมให้ฟังอยู่ก็ตาม

“แม่ยินดีด้วยนะที่ลูกมีความสุข และขอบคุณคุณทิมด้วยนะคะที่มอบความสุขนี้ให้กับลูกสาวของฉัน” ซูด้าพูดกับโคฮารุพร้อมกับหันมาทางผมด้วย

“อาหารเช้าพร้อมแล้วนะคะทุกคน” เธอพูดพร้อมกับตักซุปร้อนๆ จากหม้อมาเสิร์ฟ

ทุกคนดูจะรู้สึกชื่นมื่นมีความสุขกันเป็นพิเศษในเช้าวันนี้ มีแต่ผมเท่านั้นที่ยังอึัดอัดพูดอะไรไม่ค่อยออกได้แต่แสร้งยิ้มไปกับเรื่องที่พวกเขาสนทนากัน ผมยังรู้สึกว่าตัวเองนั้นแปลกแยกจากคนที่นี่อยู่มาก ทั้งที่ผมนั้นเข้าใจความเป็นไปต่างๆ มากพอสมควรแล้ว คงต้องใช้เวลาปรับตัวอีกสักระยะเลยทีเดียว