อารียา เมตายา เล่ม 1

อารียา เมตายา

"สู่การเป็นอารียา เมตายา"

เล่ม 1

ภาษาไทย · ๔๕.

๔๕.

มูลค่า คุณค่า

“เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ซับซ้อนอีกเรื่องที่ทำให้โลกของเธอนั้นสร้างรูปแบบออกมาเป็นอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการมองคุณค่าของคน การมองคุณค่าของสิ่งของ การมองคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งการมองคุณค่าของคำว่า “โลก” จนทำให้ทุกคนมองสิ่งเหล่านี้เป็นเหมือนตัวประกันที่จะใช้แลกเปลี่ยนกับสิ่งที่เธอสมมุติขึ้นมา นั่นคือ เงิน จนลืมมองคุณค่าที่แท้จริงของมันไป”

“เธอรู้ไหมว่าเงินเกิดขึ้นได้อย่างไร” เขาหันมาตั้งคำถามผมแทนการอธิบาย

“เอ่อ…คือ น่าจะเป็นเรื่องของความต้องการให้มีระบบการแลกเปลี่ยนที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ให้ทุกคนยอมรับร่วมกันหรือเปล่าครับ” ผมตอบเท่าที่คิดออก

“ที่เธบอกมานั้นเป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในภายหลัง แต่สาเหตุที่แท้จริงนั้นเกิดมาจาก “ความกลัว” โดยมีสถาบันที่เธอเรียกว่าธนาคารมาเป็นผู้ทำให้ความกลัวของเธอได้รับการผ่อนคลาย” เขาตอบ

“เงิน…จะเกี่ยวกับความกลัวได้อย่างไรครับ” ผมถาม

“เกี่ยวสิ มันเป็นสาเหตุหลักเลยล่ะ” เขาตอบ

“ครั้งหนึ่งในอดีตโลกของเธอยังไม่ได้มีการใช้เงินอย่างเป็นระบบเหมือนอย่างทุกวันนี้สักเท่าไหร่ แต่ตอนนั้นเธอก็มีระบบการคิดเรื่องการให้มูลค่าเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว ครั้งนั้นถือว่าเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของระบบการเงินรูปแบบใหม่บนโลกของเธอ และมันยังทำให้โลกของเธอเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากด้วย”

‘ช่วงเวลานั้นเรียกว่ายุคตื่นทอง ผู้คนพากันเดินทางไป ณ จุดๆ นั้นเพื่อขุดทองคำกัน มีการขุดกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ทีนี้เมื่อขุดทองขึ้นมาได้แล้วแต่ละคนก็เกิด ความกลัว ว่าอาจจะถูกปล้นหรือถูกขโมยไป จึงมีสถานที่แห่งหนึ่งเกิดขึ้นนั่นคือสถานที่รับฝากทองคำ ความกลัวขับเคลื่อนให้เกิดสถาบันนี้ขึ้นมา ทุกคนเมื่อได้ทองคำมาจึงพากันไปฝากไว้เพื่อว่ามันจะได้ไม่หายไปไหน แต่เขาหารู้ไม่ว่ามันได้หายไปตั้งแต่วินาทีแรกที่เขาเอามันไปฝากแล้ว ที่เป็นเช่นนั้นเพราะพวกเขาจะไม่ได้เห็นมันอีกเลย สิ่งที่เขาได้กลับมาคือแผ่นกระดาษหนึ่งใบที่มีข้อตกลงว่า ทองคำที่เขาเอามาฝากไว้นั้นมีมูลค่าเป็นเท่าไหร่ ซึ่งในภายหลังมันได้รับการพัฒนาให้มีลักษณะเป็นมูลค่าปลีกย่อยหลายๆ ราคาที่เธอเรียกมันว่าโน้ตหรือธนบัตรนั่นเอง”

“ทุกคนเมื่อได้ทองคำมาต่างก็เอามาแลกเป็นแผ่นกระดาษเหล่านี้กันหมด จากจุดนี้นี่เองที่ทำให้คนทั้งโลกมองกระดาษแผ่นนี้ว่าเป็นของมีค่า และสถาบันที่ดำเนินธุรกรรมทางการเงินนั้นปัจจุบันก็คือองค์กรลึกลับที่มีอำนาจเหนือรัฐบาลทุกรัฐบาลบนโลกของเธอ เพราะทองคำทุกออนซ์ได้ถูกส่งไปใช้เป็นหลักประกันว่าคุณสามารถมีเจ้าแผ่นกระดาษนี้ได้เท่าไหร่ โดยไม่มีใครรู้เลยว่าที่จริงได้มีการผลิตมาแล้วจำนวนกี่ใบ”

“มีความลับอยู่อย่างหนึ่งที่คนบนโลกของเธอไม่เคยรู้คือ ทองคำกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ที่ขุดขึ้นมาได้ปัจจุบันมันไม่ได้อยู่บนโลกของเธอแล้ว เราจะยังไม่คุยเรื่องนี้กันว่าทองคำเหล่านั้นไปไหน เอาเป็นว่าแค่ให้รู้ที่มาที่ไปของการเกิดแนวคิดเรื่องมูลค่ากับความกลัวของมนุษย์แค่นั้นก็พอ”

“ความกลัวของมนุษย์นั้นยังไม่สิ้นสุด เมื่อได้กระดาษที่เรียกว่าโน้ตหรือธนบัตรนี้มาเก็บไว้แล้ว มนุษย์ก็ยังเกิดความกลัวซ้อนขึ้นมาอีกชั้น นั่นคือกลัวว่าจะมีคนมาปล้นหรือแย่งชิงกระดาษเหล่านี้ไปอีก สุดท้ายเขาจึงนำมันกลับไปฝากไว้กับธนาคารตามเดิม ตอนนี้ในมือของเขาจึงมีแค่สมุดหนึ่งเล่มที่บอกตัวเลขเฉยๆ ว่าเขามีมันเป็นมูลค่าเท่าไหร่”

“มาถึงตรงนี้ฉันกำลังจะบอกเธอว่า ตัวเลขที่เธอถือครองอยู่นั้นแท้ที่จริงมันมีคุณค่าอย่างที่เธอคิดกันจริงๆ หรือ คุณค่าที่แท้จริงของมันนั้นไม่มีหรอก ถ้าจะมีก็ต่อเมื่อได้นำมันไปแลกกับสิ่งของที่มีคุณค่าอีกที เช่น เราต้องนำมันไปแลกกับรองเท้าเพราะเรากำลังต้องการคุณค่าจากมัน”

“แล้วมูลค่าที่เป็นมาตรฐานก็ไม่มีด้วย สมมุติว่าเธอมีเงินอยู่ 1 ล้าน เธอกำลังเดินทางข้ามทะเลทรายที่แห้งแล้งแห่งหนึ่ง แต่เมื่อเธอเดินมาได้ครึ่งทาง รองเท้าของเธอเกิดพัง ใช้งานไม่ได้อีกต่อไป เธอต้องเดินต่อไปบนพื้นทรายที่ร้อนระอุด้วยเท้าเปล่า แล้วอยู่ๆ ก็มีคนมาเสนอขายรองเท้าให้กับเธอในราคา 1 ล้าน เธอคิดว่าเธอจะซื้อมันไหม?”

“ถ้าเธอไม่ซื้อ เธออาจจะไม่มีวันเดินทางข้ามทะเลทรายนั้นได้ และเธออาจจะตายอยู่กลางทะเลทรายนั้น เพราะฉะนั้นมูลค่าที่ฉันกำลังพูดถึงอยู่นี้มันไม่ได้มีความเป็นมาตรฐานใช่ไหม มันขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนมีความจำเป็นที่จะได้คุณค่าจากของชิ้นนั้นมากน้อยแค่ไหนต่างหาก”