๔๐.
เวลาที่แสนวิเศษ
แสงแดดในตอนเย็นเริ่มอ่อนลง และเมื่อมันกระทบกับภูเขา มันจึงกลายเป็นสีแดงสด เราสองคนเดินมาถึงจุดที่สูงที่สุดในบริเวณนี้ ทำให้สามารถมองเห็นทัศนียภาพโดยรอบได้อย่างชัดเจน พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า แสงอ่อนๆ ของมันฉาบทาไปทั่วบริเวณจนทำให้ท้องฟ้าเกิดเป็นฉากสีแดงไล่เฉดกับสีส้ม สายลมที่พัดเอื่อยๆ ในยามเย็นต้องผิวกายแผ่วๆ ท่ามกลางไออุ่นของหญิงสาวในดินแดนมหัศจรรย์ประดุจสรวงสวรรค์
“สวยจังเลยครับ” ผมอุทานขึ้นเบาๆ พร้อมกับดึงมือของโคฮารุให้หยุดเพื่อชื่นชมกับจิตรกรรมแห่งธรรมชาติที่ปรากฏอยู่ตรงหน้านี้
“จริงด้วยค่ะ” เธอหยุดและมองออกไปไกลๆ
ผมคว้าตัวเธอมาโอบกอดไว้ในอ้อมแขน ภาพแห่งความงามนี้ตรึงให้เราทั้งคู่ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นนานหลายนาที ความรักทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างอบอวลไปด้วยความสุขเกินจะบรรยาย ผมอยากจะหยุดเวลานี้ไม่ให้มันเคลื่อนที่ไปไหน
“มันช่างเป็นเวลาที่แสนวิเศษจริงๆ” ผมพูดกับเธอ
“ฉันจะเก็บช่วงเวลานี้ไว้ในความทรงจำของฉันตลอดไป” โคฮารุพูดขึ้น
“ผมก็เช่นกันครับ”
เรายืนนิ่งอยู่ตรงนั้นจนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไป
“เราไปกันเถอะค่ะ” เธอพูด
“ครับ”
ขณะนี้ท้องฟ้าเริ่มมืดแล้วแต่เราก็ยังสามารถมองเห็นทางเดินได้อย่างชัดเจน เราเดินกันไม่นานก็มาถึงบ้านหลังหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายเรือนแถวยาวๆ ปลูกอยู่ติดกับลำธารเล็กๆ โดยมีบางส่วนที่เป็นระเบียงของตัวบ้านยื่นเข้าไปในลำธาร ภายในบ้านมีแสงสว่างลอดออกมาทางหน้าต่าง
“คุณตาคะ หนูมาถึงแล้วค่ะ” โคฮารุตะโกนเรียกคนในบ้านเหมือนเด็กๆ
ทันทีที่สิ้นเสียงของเธอ ประตูก็เปิดออก บุคคลที่ออกมาต้อนรับเป็นชายหนุ่มรูปงามร่างสูงโปร่งหน้าตาคมสัน มีกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ดูแข็งแรง ดูจากภายนอกแล้วเขาน่าจะมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับโคฮารุ
“สวัสดีค่ะคุณตา” โคฮารุโผเข้าไปกอดชายคนนั้น
“เป็นไงกันบ้าง ทำไมมาถึงเสียมืดเลยล่ะ” ชายคนนั้นพูดขึ้น
“เราเดินกันแบบช้าๆ ค่ะ” เธอตอบ
“ทิมคะ นี่คือ คลายเอิน คุณตาของฉันค่ะ” โคฮารุแนะนำ
“และนี่ มัสสุดา คุณยายของฉันค่ะ” เธอชี้ไปที่หญิงสาวอีกคนที่กำลังเดินตามออกมา
“สวัสดีครับ” ผมกล่าวทักทายพร้อมกับการปรากฏตัวของเธอ ดูจากภายนอกแล้วเธอน่าจะเป็นเพื่อนมากกว่าเป็นยายของโคฮารุ
“ยินดีที่ได้เจอคุณนะครับ” คลายเอินกล่าวทักทายผมบ้าง
“เช่นกันครับ” ผมตอบ
“สวัสดีจ้าทุกคน เข้ามาในบ้านกันก่อน” เสียงของมัสสุดากล่าวเชิญ
เมื่อก้าวเข้าไปในบ้าน สิ่งแรกที่ผมเห็นคือผนังทุกด้านเต็มไปด้วยมีดพร้อมปลอกไม้วางอยู่อย่างแน่นขนัดไปหมด มันถูกจัดวางอยู่บนชั้นที่มีขาจับแบบการวางดาบของซามูไร มีดทั้งหมดเป็นแบบสั้นประมาณ 1 ฟุต มันวางไว้ที่ผนังจนไม่มีพื้นที่ว่างเหลือ ชั้นเหล่านี้มีความสูงตั้งแต่พื้นจนถึงเพดานโดยสามารถวางมีดได้ไม่ต่ำกว่าแถวละ 15 เล่ม และเมื่อเดินเข้าไปดูใกล้ๆ มีดแต่อันก็มีรูปทรงและลวดลายของไม้ไม่ซ้ำกันเลย
“โอ้โห! ที่นี่เป็นเหมือนคลังอาวุธเลยครับ” ผมพูดทำนองล้อเล่น
“ฉันเป็นช่างตีมีดประจำเมืองนี้” คลายเอินตอบ
คลายเอินพาผมเดินมานั่งที่โต๊ะกลางห้องขนาดใหญ่ โต๊ะตัวนี้ใหญ่พอที่จะต้อนรับแขกได้ทีเดียวเป็นสิบคน เมื่อเราทุกคนยกเว้นมัสสุดานั่งลงที่โต๊ะ ผมก็เริ่มต้นสนทนากับเจ้าของบ้านทันที
“ผมจินตนาการว่าคนที่เป็นตายายของโคฮารุน่าจะต้องแก่กว่านี้นะครับ คุณสองคนดูจะอายุน้อยกว่าผมเสียอีก” ผมเริ่ม
“มันเป็นแค่รูปร่างภายนอกน่ะครับ ที่จริงเราสองคนอายุ 4 แสนปีแล้ว” คลายเอินอธิบาย
“ระหว่างทางที่ผมเดินมา ดูๆ แล้วทุกทุกคนที่ผมเจอก็มีวัยที่ใกล้เคียงกันหมดเลยนะครับ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรครับว่าใครแก่กว่าใคร” ผมถาม
“ไม่มีความแตกต่างทางกายภาพเลยถ้าเป็นคนที่มีอายุอยู่ระหว่าง 16 ปีถึง 7 แสนปี พวกเราจะมีร่างกายที่คงสภาพอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ แต่พออายุตั้งแต่ 7 แสนปีขึ้นไป หน้าตาก็จะดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นอีกเล็กน้อยเท่านั้น สิ่งที่เป็นสัญลักษณ์บ่งบอกเพียงอย่างเดียวว่าคนคนนั้นเป็นผู้อาวุโสคือหางคิ้วของเขาจะยาวมากกว่าปรกติเท่านั้น และเขาก็จะอยู่คงสภาพอย่างนั้นไปจนกว่าจะต้องการสิ้นอายุขัย ไม่มีการแก่” คลายเอินอธิบาย