อารียา เมตายา เล่ม 1

อารียา เมตายา

"สู่การเป็นอารียา เมตายา"

เล่ม 1

ภาษาไทย · ๑๙.

๑๙.

การแลกเปลี่ยน

“คนบนโลกของคุณไม่สามารถรู้เจตจำนงของกันและกันได้ เวลาที่พวกเขาลงมือทำอะไร ถ้าเป็นที่นี่ เวลาที่คุณคิดสิ่งใด ประสงค์สิ่งใด เราไม่สามารถปิดบังกันได้ แต่บนโลกของคุณ สิ่งที่เห็นอาจจะเป็นเหมือนการแสดงความรักต่อกัน เช่น การทำบุญทำทาน บริจาคทรัพย์เพื่อสร้างวัดวาอารามต่างๆ มากมาย แต่จริงๆ แล้วสิ่งที่พวกเขาทำ ผมกลับเรียกมันว่า การแลกเปลี่ยน มากกว่า ปริมาณการปลดปล่อยคลื่นความถี่ด้านบวกจึงน้อยมาก หรือก็แทบจะไม่มีเลย” มีนพูด

“การแลกเปลี่ยนยังไงครับ ผมไม่เข้าใจ” ผมถาม

“การจะได้คลื่นความถี่ด้านบวกนั้น มันจะต้องทำผ่านจิตสำนึกที่ทำแบบไม่มีวัตถุประสงค์อื่นใดแอบแฝง เช่น การให้สิ่งของกับใครสักคนจะต้องเป็นการให้ที่บริสุทธิ์ใจ จะต้องให้ด้วยความปรารถนาให้ผู้ได้รับมีความสุข ไม่ใช่ให้ด้วยความปรารถนาให้ตัวเองมีความสุขหรือได้ผลบุญได้ขึ้นสวรรค์”

“ถึงแม้ว่าผลที่ออกมาจะเป็นการกระทำความดีเหมือนกัน แต่ทั้งหมดกลับกลายเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ของตัวเอง ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับการแลกเปลี่ยน” เขาหยุดพูดเมื่อเห็นนาพาเดินมา

“อาหารเช้าพร้อมแล้วค่ะ”

“เราไปทานอาหารเช้ากันก่อนดีกว่าครับ แล้วค่อยคุยกันต่อบนโต๊ะอาหาร” มีนเชิญชวน

ผมกับมีนจึงปฏิบัติตามการเชิญชวนของนาพาทันที ที่จริงเราได้กลิ่นอาหารมาได้สักพักหนึ่งแล้ว เมื่อเข้าไปถึงโต๊ะอาหารก็พบว่านาพาได้จัดเตรียมทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว วินาทีแรกที่เห็นผมรู้สึกได้ว่ามันเป็นอาหารสไตล์ฝรั่ง จะต่างกันก็แค่ไม่มีส่วนใดเลยที่ประกอบจากเนื้อสัตว์ ในจานใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงกลางโต๊ะประกอบด้วยหัวมันชนิดต่างๆ ที่เผาจนสุก และที่มาของกลิ่นหอมนั้นคือซุปข้นๆ ที่มีส่วนผสมของชีส โดยเธอตักใส่ถ้วยพร้อมกินได้ทันที

“เชิญนั่งค่ะ” นาพาเชิญ

“นาพาเป็นคนที่ทำซุปนี่ได้อร่อยที่สุดในโลกคู่ขนานเลยนะครับ อยากให้คุณได้ลองชิม” มีนกล่าวชมนาพาต่อหน้าเธอ

“โอ้โห! พูดอย่างนี้ฉันก็เขินแย่สิคะ” นาพาพูด

“ลองชิมดูก่อนค่ะ อาจจะไม่ถูกปากก็ได้” เธอพูดออกตัว

ผมลองชิมซุปตามคำเชิญของเธอ วินาทีแรกที่ลิ้นสัมผัสกับมัน ผมรู้สึกว่ามันคล้ายๆ กับซุปครีมข้นของชาวยุโรปแต่ไม่มีส่วนผสมของครีมเลย ที่มันข้นขุ่นเพราะมีใบสมุนไพรหลายชนิดที่ถูกป่นเป็นผงผสมอยู่ จึงให้กลิ่นและรสชาติที่อร่อยอย่างที่ไม่เคยกินที่ไหนมาก่อน มีความหอม มัน เค็ม กลมกล่อมของเนย และที่สำคัญคือมันมีวัตถุนุ่มๆ หยุ่นๆ เวลาเคี้ยวจึงได้ความรู้สึกกรุบๆ นิ่มๆ ผสมอยู่

“ที่กรุบๆ นิ่มๆ นี้คืออะไรครับ” ผมถาม

“มันเป็นเห็ดชนิดหนึ่งค่ะ มีลักษณะกลมรีขนาดใหญ่ หนึ่งดอกกินได้หลายคนเลย เห็ดนี้เราต้องเก็บตอนที่มันยังฝังอยู่ใต้ดินค่ะ ถ้าปล่อยให้มันโผล่พ้นดินขึ้นมาเมื่อไหร่ เนื้อของมันจะเหนียวเกินไปและรสชาติก็จะไม่ดี ดังนั้นการเก็บเห็ดชนิดนี้จึงยากมากค่ะ สามีของฉันเขาเป็นคนหนึ่งที่เก็บเจ้าเห็ดนี้ได้เก่งที่สุดในโลกคู่ขนานเลย” นาพาชมกลับ

“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ ผมแค่จำตำแหน่งที่มันเคยออกไว้และคำนวณวันเวลาที่มันจะออกในรอบถัดไปว่าคือเมื่อไหร่ ผมก็จะกลับไปเก็บมันอีกครั้งเท่านั้น แต่มันยากตรงที่เห็ดพวกนี้ไม่มีฤดูในการออก คือมันสามารถออกได้ทั้งปี แต่ละต้นก็มีรอบของมัน อายุในหนึ่งรอบประมาณ 4 เดือน สิ่งที่ผมต้องทำก็คือจำให้ได้ว่าตำแหน่งไหนที่มันเคยออกไปแล้ว ผมก็จะกลับไปเก็บมันอีกครั้งใน 4 เดือนข้างหน้าเท่านั้นเองครับ” มีนอธิบายหลักการ

“โอ! ผมว่ามันก็ยังยากอยู่ดีแหละครับ” ผมพูด

“ผมจะใช้วิธีทำสัญลักษณ์ไว้ที่ตรงนั้นครับ จำอย่างเดียวก็ไม่ไหวเหมือนกัน” มีนเผยเคล็ดลับ

อาหารมื้อเช้านี้เป็นอาหารที่พิเศษสุดจริงๆ แต่ระหว่างที่ผมกินอาหารอยู่นั้น ผมก็รู้สึกไม่ค่อยมั่นใจสักเท่าไหร่เพราะผมยังไม่ได้ล้างหน้าแปรงฟันเลย ที่จริงแล้วยังไม่ได้อาบน้ำตั้งแต่เมื่อวานด้วยซ้ำ

“เอ่อ…คุณมีนครับ ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ผมยังไม่ได้ล้างหน้าแปรงฟันเลย” ผมพูดออกมากลางโต๊ะอาหาร

“แปรงฟันหรือครับ แปรงเพื่ออะไรครับ” มีนตอบแบบงงๆ

ผมคิดในใจว่า อย่าบอกนะว่าพวกคุณไม่แปรงฟันกัน แต่ก็ลองถามย้ำอีกครั้งเผื่อจะสื่อสารกันไม่เข้าใจ

“คือหมายถึงว่า ทำความสะอาดฟันตอนเช้าและก่อนนอนน่ะครับ” ผมอธิบาย

“พวกเราไม่เคยต้องทำความสะอาดฟันค่ะ” นาพาเผย

“หา!! ไม่แปรงฟันหรือครับ อย่างนี้ก็สกปรกแย่เลยสิครับ” ผมถามต่ออีก

“สกปรกอย่างไรหรือครับ” มีนถามผมกลับ

“เอ่อ…ผมหมายถึง พวกเชื้อแบคทีเรียต่างๆ ที่อยู่ในปากเราในตอนเช้า ซึ่งแบคทีเรียเหล่านี้ทำให้เรามีกลิ่นปาก และมันอาจจะทำให้เราเป็นโรคต่างๆ ในช่องปากได้ เช่น ฟันผุ เหงือกอักเสบ อะไรแบบนี้น่ะครับ”

“พวกเราทั้งหมดที่อยู่ที่นี่ไม่ต้องแปรงฟันครับ” เขาพูด