๖๗.
พระพุทธเจ้า
“นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายพันปี ที่มีคนตอบฉันแบบนี้ หากเธอรับปากกับฉันว่า เธอจะเป็นมากกว่าผู้รู้แจ้ง เธอจะมีตำแหน่งหนึ่งที่ฉันจะมอบให้” จิตพุทธะพูด
“ตำแหน่งอะไรหรือ” พระพุทธเจ้าถาม
“เป็นพุทธเจ้า” จิตพุทธะเจ้าตอบ
“หมายความว่าอย่างไรเป็นพุทธเจ้า” พระองค์ถาม
“หมายความว่านับจากนี้ เมื่อเธอเป็นหนึ่งเดียวกับฉัน เธอมีจิตวิญญาณเดียวกับฉัน เธอจะเป็นผู้เริ่มต้นบอกให้ผู้คนอีกมากมาย สามารถเป็นพุทธเจ้าได้เป็นคนแรกในรอบหลายพันปี ที่ผ่านมาผู้คนจะถูกสอนว่าพุทธเจ้าคือจิตที่สูงส่ง คือจิตที่บริสุทธิ มนุษย์โลกธรรมดาไม่อาจเอื้อมที่จะเป็นพุทธเจ้าได้ เธอจะเป็นคนแรกที่บอกเขาว่า เขาคือจิตพุทธะและเขาก็สามารถเป็นจิตพุทธะนั้นได้ทันที” จิตพุทธะตอบ
“บัดนี้ข้าเป็นพุทธเจ้า…บัดนี้ข้าเป็นพุทธเจ้า…บัดนี้ข้าเป็นพุทธเจ้า…”
พระพุทธเจ้าเปล่งวาจาออกมา 3 ครั้ง
ทันใดนั้นก็ปรากฏเสียงเครื่องดนตรีที่บรรเลงด้วยเครื่องสายและเครื่องเป่าที่ไพเราะราวกับเสียงจากสรวงสรรค์ดังขึ้น พระองค์ได้กลิ่นหอมของดอกไม้โชยมาราวกับว่ามันกำลังจ่ออยู่ที่ปลายจมูก เมื่อพระองค์ลืมตาขึ้นก็เห็นรูปธรรมมนุษย์แต่ไม่สามารถระบุเพศได้ ปรากฏอยู่ตรงหน้า เขามีหน้าตาทั้งหล่อทั้งสวยอยู่ในคนเดียวกัน มีผิวขาวละเอียด มีผมสีเงินยาวสลวย สวมชุดคลุมตัวยาวสีขาวเหลือบๆสีมุก เนื้อผ้าบางเบาจนเห็นเรือนร่างที่เปล่งประกายเจิดจรัสท่ามกลางความมืดมิด
“ท่านคือใคร” พระพุทธเจ้าถาม
“ข้าคือพุทธะ ข้าคือพระเจ้า ข้ามาเพื่อแสดงความยินดีกับเจ้า ที่เจ้าได้เป็นพุทธเจ้าคนใหม่ ข้ามาเพื่อจะให้คำแนะนำกับเจ้า ต่อจากนี้เจ้าจงวางตัวให้สมกับเกียรติยศที่สูงส่งของข้า เพราะเจ้าคือตัวแทนของข้า เจ้าจงแสดงความเป็นพุทธเจ้าให้ทุกคนได้เห็น ด้วยปัญญาที่เจ้าได้จากข้า เจ้าจงเป็นที่พึ่งให้กับมวลมนุษย์ ให้เขาได้สักการะบูชาตัวข้าผ่านตัวเจ้า เจ้าจงไปสร้างศาสนสถานเพื่อให้ทุกคนใช้ประกอบพิธีแสดงความเคารพนอบน้อมต่อข้า ผู้คนทั้งโลกจะยกย่องสรรเสริญเจ้าผ่านบารมีของข้า นับจากนี้จะไม่มีใครยิ่งใหญ่ไปกว่าเจ้าอีกแล้วเพราะเจ้าคือพุทธเจ้า”
“ไหนท่านบอกว่าให้ข้าไปทำหน้าที่บอกทุกคนว่า เขาคือ ‘พุทธะ’ ไฉนท่านถึงบอกให้ข้าไปทำเช่นนั้น” พระพุทธเจ้าถาม
“มนุษย์เป็นผู้โง่เขลา มนุษย์เป็นผู้อ่อนแอ พวกเขาไม่สามารถเป็นพุทธะได้หรอก มีแต่เจ้าเท่านั้นที่เป็นได้ เจ้าจงใช้การเป็นพุทธเจ้าครั้งนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับเจ้าเถิด” เขาตอบ
“ท่านคือใครกันแน่ ท่านไม่ใช่พุทธะ”
“ใช่สิก็ข้าเพิ่งให้ปัญญากับเจ้าไป ข้าจะไม่ใช่พุทธะได้อย่างไร เจ้าจงฟังข้า อำนาจของเจ้าจะทรงอานุภาพ เจ้าจะสามารถกำหนดทุกอย่างตามที่ใจต้องการ ทุกคนจะเชื่อฟังเจ้า ศรัทธาเจ้า พร้อมจะมอบกายถวายชีวิตทำทุกอย่างเพื่อเจ้า ทุกคนจะยกย่องสรรเสริฐเจ้า ขอเพียงแค่เจ้าร่วมมือกับข้า”
“ข้าไม่รู้ว่าท่านเป็นใคร… แต่บัดนี้ข้ารู้แล้วว่าข้าคือพุทธะ ข้าคือพุทธเจ้า หน้าที่ของข้าคือทำให้ผู้คนรู้ว่าตนเองคือพุทธะ ข้าจะไม่ร่วมมือกับท่านเพราะท่านไม่ใช่พุทธะตัวจริง”พระพุทธเจ้าพูด
จากนั้นจึงเกิดมีลมพัดมาปะทะใบหน้าของพระพุทธเจ้าอย่างแรง ท้องฟ้าที่ดูนิ่งสงบ เสียงพิน,กลิ่นหอมของดอกไม้และบรรยากาศที่สดใส กลับกลายก้อนเมฆสีดำทะมึน มันก่อตัวขึ้นโดยฉับพลัน เกิดเป็นเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่า ดังสนั่นหวั่นไหว เสียงนั้นมาพร้อมกับภาพของกองทัพช้างศึกหลายร้อยเชือกในสภาพพร้อมรบ พวกมันกำลังดาหน้าตรงเข้ามาพร้อมกับเสียงแตรบอกสัญญาณให้ประจัญบานผสมกับเสียงลั่นกลองรบที่ดังกึกก้องเพื่อข่มให้เสียขวัญ
“ท่านคือใครกันแน่” พระพุทธเจ้าถามขึ้นอีก
“ข้าคือพุทธะ ข้าคือเจ้าแห่งพุทธะที่แท้จริง ในจักรวาลนี้ไม่มีใครจะยิ่งใหญ่ไปกว่าข้าอีกแล้ว และใครก็ตามที่จะเป็นพุทธเจ้า แต่ไม่ร่วมมือกับข้า ไม่เชื่อฟังข้า จะต้องประสบกับอะไร” จากนั้นกองทัพช้างศึกก็เดินหน้าพุ่งตรงมาหาพระองค์พร้อมอาวุธครบมือ
“บัดนี้ข้ารู้แล้วว่าข้าคือใคร….ข้าคือพุทธะที่เปี่ยมด้วยความรักความปรารถนาดี ข้ามีอำนาจดุจเดียวกับพระเจ้า ข้าไม่เกรงกลัวสิ่งใดทั้งนั้น ต่อให้ท่านฆ่าข้าเดี๋ยวนี้ ข้าก็จะไม่เสียดายเพราะถึงอย่างไรข้าก็รู้แล้วว่าข้าเป็นใคร” พระพุทธเจ้าตอบพร้อมกับอยู่อาการสงบนิ่ง
ถึงแม้ว่าภาพที่เห็นตรงหน้าจะเป็นภาพที่น่าสะพรึงกลัว แต่จิตที่สงบนิ่ง ไม่หวั่นไหว มันเปรียบเสมือนเป็นกำแพงแก้วใส ที่ป้องกันไม่ให้เกิดความหวาดหวั่นใดๆ
“ข้ารู้ว่าท่านไม่ใช่พุทธะ หากเป็นพุทธะที่แท้จริงจะต้องไม่มีความเกลียดชัง จะไม่ทำร้ายใคร ท่านคือพุทธะตัวปลอม” พระพุทธเจ้าพูด
สิ้นเสียงของพระพุทธเจ้า ภาพของกองทัพช้างศึกขนาดใหญ่ที่กำลังเข้าจู่โจม ในบรรยากาศของเมฆหมอกที่ดำมืดและเสียงดังอึกทึกก็หายวับไปทันที ความเงียบปรากฏขึ้นพร้อมกับแสงแรกแห่งรุ่งอรุณ พระองค์ได้ยินเสียงไก่ขันดังมาจากหมู่บ้านที่อยู่ไกลๆ
“บัดนี้เจ้าได้พิสูจน์ให้ฉันเห็นแล้วว่า เจ้ามีความหนักแน่นไม่หวั่นไหวต่อความกลัวใดๆ และเจ้าก็ปรารถนาที่จะบอกเรื่องนี้กับทุกคน จงไปเถิด… จงไปประกาศสัจธรรมนี้ให้แก่ชาวโลก” เสียงของจิตพุทธะที่อยู่ภายใน ผุดขึ้นมาอีกครั้ง
“พระองค์ปลอมตัวมาเพื่อทดสอบข้าใช่ไหม” พระพุทธเจ้าตั้งคำถาม
“สิ่งนี้ไม่ได้เกิดจากฉัน เธอเองต่างหากที่เป็นคนกำหนดขึ้นมา” จิตพุทธะบอก
“ข้ากำหนดเองอย่างนั้นหรือ… ” พระพุทธเจ้าถาม
“ใช่… ความลับทางจิตที่เธอไม่อาจจะรู้คือ จิตของเธอที่เป็นอีกด้านหนึ่ง ที่ประกอบด้วยประสบการณ์แห่งความกลัว ที่ถูกสั่งสมไว้มากมายที่เปลือกด้านนอกของดวงจิตวิญญาณ ใครก็ตามที่กำลังจะล่วงล้ำเข้าไปสู่พื้นที่แห่งความอิสระ หรือเป็นพื้นที่แห่งความกล้าหาญ จิตสำนึกของเธอที่กำลังจะสูญเสียอำนาจก็จะแสดงตัวออกมาเป็นครั้งสุดท้าย ที่จริงเขาไม่ได้จงใจที่จะมาทดสอบเธอหรอก เพราะธรรมชาติของเขานั้นประกอบขึ้นจากความกลัวอยู่แล้ว นี่จึงเป็นการแสดงออกเพื่อปกป้องสิทธิของเขา” จิตพุทธะพูด
“…เข้าใจแล้วขอรับ”
“หวังว่าฉันจะพบกับคนที่สามารถสื่อสารกับฉันได้เพิ่มขึ้นด้วยการบอกของเธอนับจากนี้นะ” จิตพุทธะพูด
“ฉันขอประกาศต่อหน้าดวงจิตวิญญาณทุกๆ ดวงที่ดำรงอยู่ในจักรวาลแห่งนี้ว่า นับจากนี้เป็นต้นไป พุทธเจ้า ได้อุบัติขึ้นบนโลกใบนี้แล้ว เขาจะเป็นดั่งแสงสว่างนำพาให้ดวงจิตวิญญาณอีกนับแสนนับล้านดวงได้พ้นจากความไม่รู้ ขอให้ดวงจิตทุกดวงจงกล่าวสาธุการโดยพร้อมเพรียงกัน” จิตพุทธะประกาศ