อารียา เมตายา เล่ม 2

อารียา เมตายา

"จักรพรรดิพันมือพันศีรษะ"

เล่ม 2

ภาษาไทย · ๒๒.

๒๒.

๒๒. เธอคือกุญแจ

“ตรงกันข้ามเลย… สำหรับฉัน นี่คือสัญญาณของความหายนะ เพราะมันได้บ่งบอกถึงสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นบนพื้นผิวโลก ว่ามันไม่มีพลังงานแห่งความรักปรากฏขึ้นเลยแม้แต่น้อย ยิ่งมีความสงบราบเรียบมากเท่าไหร่ มันยิ่งแสดงถึงความรุนแรงของภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นที่พื้นผิวดาวมากเท่านั้น ในทางกลับกัน ถ้าเหตุการณ์ข้างบนมีความสงบร่มเย็นข้างล่างนี้จะยิ่งมีการระเบิดแตกตัว เสียงมันจะดังกึกก้องกัมปนาทราวกับกำลังอยู่ในมหาสงครามกันเลยทีเดียว” เขาอธิบาย

“แล้วรูปธรรมที่เป็นเจ้าหน้าที่ดูแลส่วนนี้ เขาสามารถส่งพลังงานความรักให้แทนได้ไหมครับ” ผมถามเพราะเห็นว่ามีพวกเขาคอยดูแลอยู่มากมาย

“นั่นเป็นวิธีคิดของพวกเธอ ถึงแม้ว่าพวกเราจะเต็มไปด้วยความรัก ไม่เคยปรากฏความเกลียดชังขึ้นในใจแม้แต่วินาทีเดียว แต่พวกเราก็อยู่นอกเหนือการขับเคลื่อนโลกใบนี้ เปรียบเสมือนว่าคนบนโลกของเธอเป็นสมาชิกของโรงงานที่ประกอบกิจการอะไรสักอย่างหนึ่ง ทุกคนล้วนสมัครเข้ามาทำงานในแผนกต่างๆ ที่วางหน้าที่เอาไว้อย่างเป็นระบบแล้วตั้งแต่แรก ส่วนพวกฉันเปรียบเสมือนเป็นผู้ที่มาเยี่ยมชมโรงงานของเธอเท่านั้น ถึงแม้ว่าฉันจะมองเห็นข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นในแผนกต่างๆ ถึงแม้ว่าฉันจะรู้สูตรขจัดปัญหาในกระบวนการทำงาน แต่พวกฉันก็ไม่อาจจะเข้าไปทำหน้าที่แทนพวกเธอได้ สิ่งที่ทำได้มากที่สุดคือ กระตุ้นเตือนให้พวกเธอทำตามหน้าที่ที่วางแผนเอาไว้เท่านั้น ส่วนพวกเธอจะเชื่อฟังหรือทำตามหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพวกเธออีกที สรุปคือพลังงานด้านบวกหรือความรักที่มีอานุภาพสูง จะต้องเกิดจากการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างพวกเธอกันเอง ผ่านเงื่อนไขที่เผชิญในทุกๆ วินาทีของชีวิต พลังงานด้านบวกที่กำหนดขึ้นมาลอยๆ โดยไม่มีเงื่อนไขจะมีค่าพลังงานที่อ่อนมาก อ่อนจนไม่สามารถทำปฏิกิริยากับก้อนธาตุนี้ได้

ส่วนสิ่งที่รูปธรรมชั้นสูงที่อาศัยอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ต้องทำคือการพยายามประคับประคองไม่ให้พื้นผิวโลกส่วนใหญ่เกิดการยุบตัวอย่างรุนแรง เนื่องจากไม่มีแรงขับดันจากการระเบิดของก้อนธาตุออกซิเจน นี่ถือว่าเป็นการแทรกแซงมากที่สุดแล้ว มิฉะนั้นแผ่นเปลือกโลกที่เปรียบเสมือนเป็นผิวของลูกโป่งแผ่นบางๆ จะเกิดการยุบตัวลงจนไม่เหลือความเป็นทรงกลม เธอลองนึกภาพตามนะ ปรกติโลกจะต้องมีการระเบิดสลับกัน ด้านนี้เป็นกลางวันมันก็จะมีการระเบิด เมื่อมีการระเบิดมันก็จะขับดันให้ลาวาเหลวที่อยู่ใต้โลกเกิดการเคลื่อนที่ มันจะเหวี่ยงไปดันอีกฟากหนึ่ง โลกของเธอถึงจะคงรูปเป็นทรงกลมอยู่ได้ แต่ถ้าไม่มีการระเบิดเลยสักด้าน กลางคืนก็ไม่ระเบิด กลางวันก็ไม่ระเบิด นอกจากจะทำให้โลกมีอัตราการหมุนที่ช้าลงแล้ว แผ่นเปลือกโลกก็จะเกิดการยุบตัวเหมือนกับลูกบอลที่ไม่มีลมอยู่ภายใน ท้ายที่สุดหากระดับพลังงานยังเป็นเช่นนี้ต่อไป กำลังของพวกเราก็อาจจะต้านทานไว้ไม่ไหว และวันที่จะเกิดความหายนะทางกายภาพครั้งใหญ่ก็จะมาถึง

พวกเราจึงรู้สึกยินดีอย่างยิ่ง สำหรับการมาปรากฏตัวของเธอ เพราะเธอคือผู้ที่เป็นสมาชิกของโรงงานนี้ เพราะเธอคือผู้ที่มีสิทธิโดยชอบธรรมในการเข้ามาจัดการกับโรงงานที่กำลังจะล่มสลาย เธอคือพนักงานคนเดียวที่รู้วิธีการแก้ไข เวลานี้เธออาจจะยังไม่รู้สึกว่า ตนเองมีบทบาทอะไร เพราะเธอยังเป็นแค่พนักงานคนหนึ่ง ที่อยู่ในแผนกใดแผนกหนึ่ง แต่วันนี้วันที่ระบบทั้งหมดกำลังติดขัด ทั้งหัวหน้าโรงงานและผู้จัดการทุกแผนก รวมทั้งพนักงานทุกคนก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เธอในฐานะที่รู้ปัญหา รู้วิธีการแก้ไข เธอจึงจำเป็นต้องลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง นั่นคือไปบอกหัวหน้าโรงงาน ผู้จัดการแต่ละแผนกและพนักงานทุกคน ถึงความบกพร่องที่กำลังเกิดขึ้น เธอจะเพิกเฉยต่อภารกิจนี้ไม่ได้ เพราะเธอเป็นส่วนหนึ่งในกลไกการขับเคลื่อนโลกใบนี้ เธอคือกุญแจ” เขาอธิบายเสริม

“เอาอีกแล้ว ท่านสร้างความกดดันให้ผมอีกแล้ว” ผมแสดงความรู้สึก

“อย่าได้กังวลไปเลย วันนี้เธอมีพวกฉันที่พร้อมจะสนับสนุนเธอทุกอย่าง พวกฉันสัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างเธอจนกว่างานของเธอจะสำเร็จ โดยเฉพาะเธอมีจิตพระเจ้าที่คอยให้คำปรึกษาอยู่ตลอดเวลา เมื่อไหร่ที่เธอติดขัดลังเลสงสัยขอให้เธอระลึกถึงเขา จงตั้งคำถามที่ประกอบด้วยความรักความปรารถนาดี ประกอบด้วยเจตจำนงแห่งการฟื้นฟูโลกใบนี้ให้กลับคืนสู่สันติสุข จิตพระเจ้าจะอยู่กับเธอ ตราบใดที่เธอยังอยู่กับเขา” เขาอธิบาย

“ก็ได้ครับ เวลานี้ผมไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้วนี่ อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด ถ้ามันเป็นงานของผม ผมก็ขอยอมรับ” ผมตอบแบบตัดบท

“เธอคิดว่าจะมีใครสักกี่คนที่มีสิทธิพิเศษเหมือนอย่างที่เธอกำลังมีอยู่ในขณะนี้ การที่ฉันเดินทางมาหาเธอแบบเฉพาะเจาะจง ทั้งๆ ที่มีผู้คนมากมายวิงวอนร้องขอให้ฉันไปช่วยเขา ฉันที่เป็นเหมือนผู้ปกครองเหล่าทวยเทพทั้งปวงในโลกไกอาแห่งนี้ การที่ฉันพาเธอไปเยี่ยมชมที่พำนักของฉัน พาเธอมาสู่ใจกลางโลกแบบนี้ เธอยังจะคิดว่าเธอเป็นคนธรรมดาๆ อยู่อีกหรือ” เขากึ่งพูดกึ่งถาม

“ไม่หรอกครับ… ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากครับ เพียงแต่ยังสงสัยว่า คนอย่างผมจะทำอะไรได้ ขนาดคนที่มีอิทธิพลต่อโลก มีอำนาจวาสนา มีบริวารมากมายเขายังทำอะไรไม่ได้ นับประสาอะไรกับผมที่เป็นเพียงแค่คนธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้น” ผมแสดงความเห็น

“มันแตกต่างกันที่เจตจำนง ประการแรกคนเหล่านั้นไม่ได้มีเจตจำนงแห่งความรักที่มีต่อเพื่อนร่วมโลกอย่างบริสุทธิ์ใจเหมือนอย่างที่เธอมี พวกเขามีก็เฉพาะกับตนเอง กับครอบครัวญาติพี่น้องและกับพวกพ้องที่ทำประโยชน์ให้กับเขา ประการที่สองซึ่งเป็นคุณสมบัติพิเศษของเธอ เพราะเธอคือคนที่อ่อนน้อม เพราะเธอคือคนที่ถ่อมใจ และที่สำคัญเธอมีสิ่งหนึ่งที่คนอื่นไม่มี นั่นคือเธอรับฟังและทำตามเสียงของจิตพระเจ้าที่ปรากฏในใจ ใครก็ตามที่มีสิ่งเหล่านี้ เขาจะเป็นเหมือนอภิสิทธิ์ชนอย่างที่เธอเป็น” เขาอธิบาย

“ขอบคุณนะครับ ที่ทำให้ผมได้รับประสบการณ์อันน่าตื่นเต้นตกใจแบบนี้ แม้วินาทีนี้ผมยังไม่อยากเชื่อเลยว่าจะได้มาเห็นอะไรแบบนี้” ผมกล่าวขอบคุณ

ขณะนี้ผมกำลังชื่นชมความงามของก้อนธาตุออกซิเจนที่มีสีสันแปลกประหลาดจนยากที่จะเปรียบเทียบกับอะไรบนโลก มันมีความโปร่งแสงและในขณะเดียวกันก็มีความเรืองแสงผสมเป็นเนื้อเดียวกัน ผมเห็นประกายเล็กๆ คล้ายกับหิ่งห้อยนับล้านตัวเคลื่อนไปมาจนเกิดเป็นสีรุ้งเหลือบ ก้อนธาตุนี้น่าจะมีความหนาแน่นสูงมากเพราะดูจากปรากฏการณ์การเคลื่อนตัว ที่มันมีความเหลวน้อยกว่าลาวาที่อยู่ด้านหลัง เท่ากับตอนนี้ผมและท่านโภเชกำลังลอยตัวอยู่ระหว่างรอยต่อเล็กๆ ของวัตถุธาตุสองชนิด ด้านหนึ่งเป็นสีแดงฉาน อีกด้านหนึ่งเป็นสีเขียวมรกต

“มันสวยงามเฉพาะเวลาที่มันสงบนิ่งอย่างนี้เท่านั้นนะ ส่วนตอนที่มันแตกตัวจะเป็นคนละความรู้สึกเลย อานุภาพของมันจะรุนแรงจนไม่มีอะไรเทียบได้” เขาเสริม

“ผมอยากเห็นตอนที่มันระเบิดจังเลยครับ ผมสามารถส่งความรักโดยการแผ่เมตตาให้มันระเบิดได้ไหมครับ” ผมพูด

“เธอก็ลองดูสิ” เขาตอบ

จากนั้นผมจึงเริ่มท่องบทแผ่เมตตาเท่าที่พอจำได้ “สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจ จงมีแต่ความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิด” พอท่องจบผมก็นิ่งรอดูว่าจะเกิดปฏิกิริยาอะไร

“…….” ท่านโภเชไม่พูดอะไร แต่ใช้วิธีมองหน้าผมแทน

“วัตถุธาตุนี้มีความไวต่อพลังงานบวกมากแค่ไหนครับ” ผมถาม เพราะผมท่องบทแผ่เมตตาจบสักพักแล้วแต่ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นเลย

“ไวมาก…และมันก็ไม่เกี่ยวกับระยะทางด้วย ต่อให้อยู่ห่างไกลเป็นพันๆ กิโลเมตร มันก็จะตอบสนองทันทีที่มีพลังงานบวกเกิดขึ้น” เขาตอบ

“แล้วทำไมมันไม่มีปฏิกิริยาอะไรเกิดขึ้นเลยล่ะครับ แปลกจัง” ผมตั้งข้อสังเกต

“นั่นสิ…เธอรู้ไหมว่าเพราะอะไร” เขาถาม

“ไม่รู้ครับ” ผมตอบทันที

“เธอคิดว่าสิ่งที่เธอทำ มันมีพลังงานความรักเกิดขึ้นจริงๆ ไหมล่ะ” เขาถาม

“เออๆ…” ผมประวิงเวลาที่จะตอบเพราะกำลังทบทวนว่ามีหรือเปล่า