๖๐.
เขากวายพระเพลิง
“ได้สิ.. ทันทีที่พระยาอโศกทราบข่าวการปรินิพพานของพระพุทธเจ้า เขาก็ได้อันเชิญพระศพเพื่อจะนำไปประกอบพิธีในเมือง แต่ก็เกิดเหตุอัศจรรย์ที่ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนย้ายพระศพได้สำเร็จ เมื่อเป็นดังนั้นพระองค์จึงเกณฑ์ผู้คนมาเตรียมพื้นที่ สำหรับประกอบพิธีถวายพระเพลิงศพของพระพุทธเจ้า โดยใช้พื้นที่บริเวณใกล้เคียงกับแท่นหินที่พระพุทธเจ้าปรินิพพานนั่นเอง ซึ่งตรงนั้นมีลักษณะเป็นภูเขาเตี้ยๆ มีความสูงแค่ประมาณ 50 เมตร พระยาอโศกได้สั่งการให้ไพร่พลจำนวนมากมาช่วยกันตัดป่าถางพงและขนหินมาเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ รอบเชิงเขาที่มีความลาดชันนั้น ให้กลายเป็นลานแบบขั้นบันได ลานเหล่านี้ทำไว้เพื่อตั้งปรัมพิธีชั่วคราว สำหรับรับรองแขกผู้ใหญ่ เจ้านายและเหล่าประชาชนที่จะมาร่วมในพิธี สถานที่แห่งนั้นจึงมีชื่อใหม่ว่า ‘เขาถวายพระเพลิง’ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา”
“ช่วงเวลานั้น ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่มีความโกลาหลมากที่สุดสำหรับพิธีที่สำคัญและเร่งด่วนขนาดนี้ เพราะพระยาอโศกที่เปรียบเสมือนเป็นเจ้าภาพจัดพิธีศพ แบบไม่ทันตั้งตัว ซึ่งใช้เวลาในการจัดเตรียมงานเพียงแค่ 24 วัน มีผู้คนระดับเจ้าขุนมูลนาย มหาเศรษฐี คหบดี และประชาชนทั่วไปจากพื้นที่ใกล้เคียง ที่ทราบข่าวการปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ต่างพากันเดินทางมาเคารพพระศพกันอย่างเนืองแน่น
และในวันสุดท้ายคือวันที่ 25 ซึ่งเป็นวันถวายพระเพลิง ผู้คนจากทั่วทุกสารทิศต่างเร่งรีบเดินทางมาเพื่อจะได้เคารพพระศพ และร่วมพิธีถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย ลำน้ำเล็กๆสายหนึ่งที่มีชื่อว่า กกุนทีที่ไหลไปยังเขาถวายพระเพลิงเวลานั้น จึงคราคร่ำไปด้วยเรือขนาดน้อยใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่พายมาจากชุมชนทางด้านทิศตะวันออก เพราะเป็นชุมชนขนาดใหญ่มีความสำคัญด้านการค้าขาย ชุมชนนี้อาจจะไม่มีสถานะเป็นเมืองเพราะไม่มีเจ้าเมือง มีลักษณะเป็นย่านที่อยู่อาศัยของพ่อค้าวาณิช มหาเศรษฐีที่มาทำการค้าขาย แต่ผู้คนก็เรียกกันติดปากว่า ‘เมืองศรีวิชัย’ จึงเปรียบเสมือนเป็นเมืองคู่แฝดของโกสินารายณ์
เมืองนี้ตั้งอยู่บริเวณอำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ห่างจากพระปฐมเจดีย์ไปทางตะวันออกประมาณ 2 กิโลเมตร มีลำคลองล้อมรอบเป็นวงรี เมื่อประชาชนริมสองฝั่งลำน้ำเห็นภาพที่มีเรือจำนวนมากมายต่างเร่งพายไปยังสถานที่ประกอบพิธีอย่างแน่นขนัด เป็นภาพแห่งประวัติศาสตร์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะเรือทุกลำล้วนเป็นเรือของเจ้านาย พวกเขาจึงพากันขนานนามลำน้ำเล็กๆ แห่งนั้นใหม่ว่า ‘ลำพญา’ เพราะพวกเขาเห็นเรือสวยๆ ของเหล่าพญาจำนวนมากมายกำลังมุ่งหน้าไปยังสถานที่ประกอบพิธี” เขาอธิบาย
“ในช่วงการเตรียมงานถวายพระเพลิง พระยาอโศกได้นำผ้าพิเศษชนิดหนึ่งซึ่งเป็นผ้าที่ทอจากเส้นใยโลหะ ที่มีความทนต่อความร้อนสูงมาห่อร่างของพระพุทธเจ้า เพื่อที่จะเก็บรวบรวมพระบรมสารีริกธาตุไว้อย่างครบถ้วน ไม่ให้หล่นหายไปแม้เพียงเศษเสี้ยวเมล็ดงา ดังนั้นหลังจากพิธีถวายพระเพลิงเสร็จสิ้นลง พระองค์จึงสามารถเก็บรวบรวมพระธาตุไว้ได้ครบถ้วน พร้อมกับจำแนกอย่างละเอียดเป็นสัดเป็นส่วนว่า พระธาตุไหนคือส่วนไหนของร่างกาย”
“เวลาต่อมาเมื่อข่าวการปรินิพพานของพระพุทธเจ้าแพร่สะพัดไปยังแว่นแคว้นต่างๆ บรรดาเจ้าเมืองแคว้นใหญ่ๆ ทั้งหมดเจ็ดแคว้น อันประกอบด้วยแคว้น อังคะ มคธ กาสี โกศล วัชชี วังสะและปัญจาละ ต่างส่งทูตมาขอแบ่งพระบรมสารีริกธาตุ ช่วงต้นพระยาอโศกคิดว่าจะถือกรรมสิทธิ์ไว้แต่เพียงผู้เดียว เพราะพระองค์เคยตั้งสัจจะไว้กับพระพุทธเจ้าว่า จะนำพระธาตุของพระพุทธเจ้าไปบรรจุตามที่ต่างๆ ที่พระพุทธเจ้ากับพระองค์ เคยเดินทางไปฝังพระเกศาธาตุล่วงหน้าไว้แล้ว แต่เนื่องจากเห็นว่า บางแห่งที่พระองค์เคยไปทำสัญลักษณ์เหล่านั้น อยู่ในเขตแคว้นของเหล่าเจ้าเมืองที่ส่งทูตมาขอ ประกอบกับมีพราหมณ์ผู้ใหญ่ที่เจ้าเมืองทุกคนให้ความเคารพนับถือชื่อว่า โทณพราหมณ์ ได้แนะนำว่าสมควรที่จะแบ่งให้กับทุกๆ แคว้น มิเช่นนั้นอาจจะเกิดศึกแย่งยิงพระธาตุทำให้เสียเลือดเสียเนื้อกันโดยใช่เหตุ ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ไม่สมควรจะเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ของพระพุทธเจ้า”
“ดังนั้นท่านโทณพราหมณ์จึงอาสาทำหน้าที่แบ่งพระบรมธาตุออกเป็นส่วนๆ จำนวนทั้งสิ้นแปดส่วนเท่าๆ กันด้วยทะนานทองคำ โดยช่วงนี้นี่เองที่เธอในเวลานั้นคือมหาเถระอชิตะ ซึ่งเป็นหนึ่งในอัครสาวกของพระพุทธเจ้าได้เดินทางมาถึง จึงได้ดำริกับพระยาอโศกและท่านโทณพราหมณ์ว่า สมควรที่จะก่อสร้างพระเจดีย์สำหรับบรรจุพระบรมสารีริกธาตุในแคว้นของพระยาอโศก เพื่อให้สมกับเจตนารมณ์ที่พระพุทธเจ้าไว้วางใจและตั้งใจมาปรินิพพานที่นี่ เพื่อให้เจดีย์แห่งนี้เป็นเสมือนตัวแทนของพระพุทธเจ้า และเป็นสถานที่สำหรับระลึกถึงพระองค์”
“ในเวลานั้นเธอในฐานะมหาเถระอชิตะ อัครสาวก พระยาอโศกกษัตรย์แห่งเมืองโกสินารายณ์และโทณพราหมณ์ จึงมีมติร่วมกันให้ก่อสร้างเจดีย์บรรจุพระสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าไว้ ณ แคว้นแห่งนี้เป็นองค์แรก แต่เนื่องจากเธอได้เล็งเห็นว่า บริเวณเมืองศรีวิชัยเป็นชัยภูมิที่เหมาะสมมากกว่าเมืองโกสินารายณ์ เพราะเป็นศูนย์กลางการค้า มีพ่อค้าวาณิชสัญจรผ่านไปมาจำนวนมาก เป็นชุมทางที่มาบรรจบกันของผู้คน ที่กำลังเดินทางขึ้นเหนือล่องใต้ ท่านโทณพราหมณ์จึงมอบที่ดินบริเวณด้านทิศตะวันตกของเมืองศรีวิชัย และดำริให้สร้างเจดีย์นี้บนยอดเขาดินธรรมชาติขนาดเล็กที่สูงเพียงประมาณ 25 เมตร ซึ่งปัจจุบันคือตำแหน่งเดียวกับองค์พระปฐมเจดีย์ และตัวโทณพราหมณ์เองก็ก่อสร้างเจดีย์อีกแห่งหนึ่งตั้งอยู่กลางเมือง เพื่อบรรจุทะนานทองคำที่ใช้ในการแบ่งพระธาตุและเพื่อจะใช้บรรจุกระดูกของตัวเองหลังจากที่เขาตายไปแล้วด้วย โดยทั้งสองเจดีย์นี้มีรูปร่างและขนาดเหมือนกันทุกประการ”