๓๐.
ดอกไม้แห่งความทรงจำ
“ผมเห็นเป็นวงกลมหลายวงซ้อนๆ กันแล้วครับ” ผมบอกเธอด้วยความดีใจที่เริ่มไขปริศนาได้
“เก่งมาก ภายในส่วนที่มีการทับซ้อนกันนั้น จะเป็นที่ตั้งของแท่งผลึกแห่งความทรงจำ ในแต่ละช่องก็จะมีแท่งเหล่านี้ไม่เท่ากัน ซึ่งจะขึ้นอยู่กับเรื่องราวและความสัมพันธ์ โดยภายในวงกลมแต่ละวงจะมีแท่งผลึกแห่งความทรงจำบรรจุอยู่เป็น 6 แถว หรือ 6 แฉก คล้ายกับกลีบดอกไม้ ซึ่งแต่ละกลีบจะมีการเกิดของแท่งผลึกที่ต่างกันตั้งแต่ 8 ถึง 12 แท่ง เมื่อคูณกับจำนวน 6 กลีบก็จะเท่ากับ 48 ถึง 72 แท่ง
ซึ่งภาพนี้ฉันมักจะส่งออกไปตามโครงข่ายสนามแม่เหล็กโลก เพื่อให้ผู้ที่มีความละเอียดทางจิต ได้มีโอกาสรับรู้การมีอยู่ของรูปแบบของความทรงจำนี้ และเมื่อเขาสัมผัสและนำไปถ่ายทอด เขาจึงเรียกภาพสัญลักษณ์นี้ว่า ‘ดอกไม้แห่งชีวิต’ แต่ที่จริงฉันอยากให้เรียกว่า ‘ดอกไม้แห่งความทรงจำ’ มากกว่า” ภาสุธาอธิบาย
หลังจากที่ภาสุธาอธิบายเพิ่ม ภาพของกลีบดอกไม้หกแฉกก็ปรากฏขึ้นมาให้เห็น ทั้งๆ ที่ตอนแรกไม่สังเกตเห็นมันเลย
“อ้อๆ ๆ…เห็นแล้วครับๆ ทั้งหมดมันดูคล้ายกับตาข่ายที่ถักทอเชื่อมโยงกันหมดเลยใช่ไหมครับ” ผมพูดออกมาขณะที่ภาพปรากฏชัดขึ้น
“จำนวนแท่งคริสตัลที่บรรจุในกลีบดอกไม้ทั้งหมดนั้น คือดวงจิตที่มีสายสัมพันธ์แบบใกล้ชิดกับเธอ และอีกส่วนหนึ่งที่ทับซ้อนกันรอบนอก จะเป็นแท่งความทรงจำของดวงจิตที่มีความสัมพันธ์แบบห่างๆ หรือเพื่อมาเป็นเงื่อนไขอีกที ซึ่งก็จะมีจำนวนคล้ายกับภายในวงกลมคือ มีตั้งแต่ 48 ถึง 72 ดวงจิตเช่นกัน ดังนั้นทุกๆ กลุ่มจึงมีสองบทบาทในเวลาเดียวกันคือ หนึ่งเป็นกลุ่มดวงจิตที่ใกล้ชิดกัน และสองเป็นกลุ่มดวงจิตที่มีความสัมพันธ์ที่เป็นเงื่อนไขซึ่งกันและกัน” หล่อนอธิบาย
“โอ้…ฟังดูซับซ้อนจังเลยนะครับ” ผมแสดงความเห็น
“เธอไม่ต้องให้ความสำคํยกับเรื่องพวกนี้มากก็ได้ มันไม่ได้เป็นความรู้ที่จำเป็นสักเท่าไหร่ แต่ที่ฉันอธิบายมาทั้งหมด เพียงแค่เป็นข้อมูลให้เธอเข้าใจตามที่มันเป็นจริง เพื่อให้เธอไขปริศนาในลำดับถัดไปให้ได้เท่านั้นเอง” เธอเสริม
“จำนวนเลขพวกนี้มีความหมายอะไรไหมครับ” ผมถาม
“จำนวนไม่ได้สำคัญเท่ากับตำแหน่งที่ตั้งของมัน เพราะตำแหน่งจะมีผลต่อการกำหนดความสัมพันธ์ของทุกดวงจิต เมื่อเขามาเกิดเป็นมนุษย์ ความสัมพันธ์และเงื่อนไขที่มีต่อกันจะเป็นความเชื่อมโยงในระดับควอนตัม ที่ยากต่อการอธิบายเพราะมันจะมีความสลับซับซ้อนทั้งด้านเวลาและพื้นที่”
“เวลาและพื้นที่อีกแล้ว…ผมไม่น่าถามเลย พอได้ยินคำพวกนี้ สมองผมมักจะปิดทันที” ผมพูด
“ฉันอธิบายแบบง่ายๆ ก็ได้ เธอเข้าใจเรื่องกลไกการกลับชาติมาเกิดบ้างแล้วใช่ไหม” ภาสุธาถาม
“พอเข้าใจอยู่ครับ” ผมตอบ
“สมมุติว่าชาตินี้เธอเคยทำเรื่องไม่ดีกับใครคนหนึ่ง ซึ่งนั่นเท่ากับเธอได้สร้างกระบวนการทางพลังงาน ที่ทำให้เธอต้องกลับไปเผชิญเงื่อนไขนี้ใหม่ในชาติหน้า หรือพูดง่ายๆ ว่า เธอทั้งคู่ได้มีพันธสัญญาต่อกันไปแล้ว และสมมุติว่าเขาคนนั้นเกิดอุบัติเหตุและตายไปก่อน แต่เธอยังมีชีวิตยืนยาวไม่ตายสักที กว่าที่เธอจะตาย คน คนนั้นอาจจะไปเกิดใหม่ที่ไหนสักแห่งแล้ว ดังนั้นการที่เธอทั้งคู่จะโคจรมาเจอกันใหม่อีก ในช่วงเวลาที่เหมาะสมในพื้นที่ที่เหมาะสม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งมาเจอกันในเงื่อนไขที่เหมาะสมตามที่เคยผูกกันไว้ มันจึงเป็นเรื่องที่ยากและมีความสลับซับซ้อนในระดับควอนตัมที่ฉันบอกไปแล้ว และที่สุดของปัญหาคือทุกๆ คนล้วนมีเงื่อนไขที่หลากหลาย ทั้งหลายเรื่องราวและหลายคู่กรณี เธอลองคิดดูว่า หากต้องมีพนักงานสักคนมาทำหน้าที่จัดสรรให้เกิดเงื่อนไขกับผู้คนเหล่านั้น ซึ่งที่จริงต้องเรียกว่าจัดสรรให้กับคนทั้งโลกเลยก็ว่าได้ เธอคิดว่าจะมีใครทำเรื่องพวกนี้ได้ ต่อให้เป็นฉันที่เปรียบเสมือนเป็นแม่ของพวกเธอ หรือแม้แต่พระเจ้าที่เปรียบเสมือนเป็นพ่อของพวกเธอก็ตาม ไม่มีทางที่ใครจะมาจัดสรรเส้นทางให้พวกเธอได้มาเจอกัน และเผชิญเงื่อนไขของกันและกันได้อย่างครบถ้วนหรอก” เธออธิบาย
“อืม… แล้วมันเกิดขึ้นได้อย่างไรครับ” ผมถาม
“ตำแหน่งที่ตั้งของแท่งผลึกแห่งความทรงจำเหล่านี้และคุณสมบัติของดวงจิตของเธอทุกคน คือเครื่องกำกับการเกิดของกระบวนการทั้งหมด เธอจะมีความสัมพันธ์เฉพาะกับดวงจิตที่อยู่บริเวณรอบๆ หรือกับคนที่มีความเชื่อมโยงในวงศ์วานของเธอเท่านั้น ซึ่งถ้าหากนับจำนวนดวงจิตแล้วจะเท่ากับ 72 ดวงจิตที่เป็นแบบใกล้ชิด และบวกกับจำนวน 72 คูณ 6 ที่เป็นจำนวนคนที่อาสามาเป็นเงื่อนไข ซึ่งตัวเลขอาจจะน้อยกว่านี้ก็ได้ ขึ้นอยู่กับจำนวนดวงจิตที่ปรากฏในแต่ละกลีบที่ฉันได้อธิบายไปแล้ว”
“ซับซ้อนจริงๆ แล้วคนอื่นๆ ที่อยู่ไกลๆไม่มีสิทธิ์เข้ามาเกี่ยวข้องกับเราเลยอย่างนั้นหรือครับ” ผมถาม
“มีสิ…นี่เราคิดเฉพาะส่วนที่วางกันไว้ตั้งแต่แรก หรือที่เธอเรียกกันว่าพันธสัญญาเดิม แต่ในส่วนของการสร้างพันธสัญญาใหม่นั้น อาจจะเป็นคนทั้งในวงศ์วานของเธอ เป็นทั้งคนนอกวงศ์วานได้หมด ไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหนก็มีได้ เธอลองดูดีๆสิว่า ถ้าลากเส้นความสัมพันธ์กันจริงๆ ทุกคนย่อมเชื่อมโยงกันหมด” เธออธิบายเพิ่มเติม
“ซึ่งเรื่องที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของจิต จิตของเธอทุกดวงจะทำหน้าที่จัดสรรค์ให้ทุกอย่างเกิดขึ้น พลังงานที่เกิดขึ้นคือตัวแปรสำคัญ มันเปรียบเสมือนรหัสที่ถูกกำหนดขึ้นจากเธอและคู่กรณี โดยที่ไม่มีใครมาควบคุม ทุกๆเรื่องเป็นกลไกการทำงานของจิตวิญญาณภายในของเธอทั้งสิ้น” ภาสุธาอธิบาย
“เอาละ คราวนี้เธอลองเพ่งมองไปยังกลุ่มผลึกแห่งความทรงจำ ที่อยู่ตรงหน้าเธออีกทีสิ หากเธอสามารถมองเห็นรูปเรขาคณิตหกเหลี่ยมได้เมื่อไหร่ให้บอกฉันด้วย” หล่อนแนะนำกติกาคล้ายกับเล่นเกมปริศนาภาพ
“ได้ครับ” ผมตอบรับ
ผมเพ่งไปยังกลุ่มของแท่งผลึกที่อยู่ตรงหน้าอีกครั้ง แต่มองเท่าไหร่ ก็ไม่เห็นรูปทรงแบบที่ภาสุธาบอกสักที ผมจึงลองมองแบบกว้างๆ และลองทำให้ตาเบลอๆ เพื่อค้นหารูปทรงเรขาคณิตหกเหลี่ยมดู การหรี่ตาและทำตาเบลอๆ แบบไม่โฟกัสจุดใดจุดหนึ่ง ซึ่งมันคือวิธีการที่นักเรียนศิลปะจะรู้ดีว่า ถ้าเมื่อไหร่ต้องการจะเห็นน้ำหนักของภาพที่ชัดเจนจะต้องทำแบบนี้ แล้วก็ไม่ผิดหวัง ทันทีที่ทำสายตาเป็นแบบนั้น ภาพของรูปเรขาคณิตหกเหลี่ยมก็ปรากฏขึ้น เนื่องจากมันดูมีความหนาแน่นมากกว่าบริเวณอื่น
“ผมเห็นแล้วครับ” ผมตะโกนออกมาด้วยความดีใจ
“เยี่ยมมาก” เธอกล่าวชมเชย
“ทำไมมันถึงปรากฏเป็นภาพให้ผมเห็นแบบนี้ล่ะครับ” ผมถามด้วยความแปลกใจ
“โดยส่วนใหญ่จำนวนของผลึกในแต่ละกลีบ ที่ฉันเปรียบว่าเป็นเหมือนกลีบดอกไม้นั้น จะมีจำนวนแท่งคริสตัลบรรจุในแต่ละกลีบแค่ 8-12 แท่งต่อหนึ่งกลีบเท่านั้น แต่สำหรับในขอบเขตของรูปหกเหลี่ยมทั้งหมดนี้ แต่ละกลีบจะมีความหนาแน่นมากถึง 14 แท่ง มันจึงทำให้เวลาเธอมองแบบไม่เพ่ง ก็จะเห็นขอบเขตของหกเหลี่ยมได้” หล่อนอธิบาย
พอเธอพูดจบผมลองนับจำนวนแท่งคริสตัลในแต่ละกลีบดู ปรากฏว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ
“มี 14 แท่งจริงๆ ด้วยครับ” ผมยืนยันตามที่เธอพูด
“เมื่อเธอเห็นรูปทรงเรขาคณิตที่เป็นหกเหลี่ยมแล้ว ในบรรดากลีบทั้งหมดที่อยู่ในขอบเขตนี้ จะมีเพียง 5 กลีบเท่านั้นที่มีแท่งผลึกแห่งความทรงจำอยู่เพียง 10 แท่ง เธอลองหา 5 กลีบนี้ให้เจอก่อนนะ” เธอเพิ่มปริศนาให้ผมต่อ
“โห… อันนี้ยากเหมือนกันนะครับ เพราะถ้าไม่นับทีละอัน มันแทบจะมองไม่ออกเลย เนื่องจากขนาดของแท่งคริสตัลมันมีทั้งเล็กทั้งใหญ่คละกันไปหมด” ผมเริ่มโอดครวญ
“ไม่ยากหรอก ถ้าเธอหาเจอหนึ่งอัน เธอก็จะเดาออกว่าอันที่เหลืออยู่ตำแหน่งไหน เพราะมันจะมีรูปแบบการวางที่มีระบบ โดยตำแหน่งของมันจะสร้างรูปทรงเรขาคณิตที่สมมาตรกับรูปทรงหกเหลี่ยม” หล่อนแนะนำเทคนิค
“ได้ครับ ผมจะลองดู” ผมพูด
ผมเริ่มต้นด้วยการสุ่มนับทีละกลีบๆ โดยไม่ได้กำหนดเป้าหมายใดๆ ซึ่งน่าแปลกที่พอผมนับกลีบที่หนึ่งที่มี 14 แท่งเสร็จ พอมานับอีกกลีบที่อยู่ติดกัน ผมก็เจอกับกลีบที่มีผลึก 10 แท่งพอดี
“เจอกลีบที่หนึ่งแล้วครับ” ผมรีบแจ้งให้หล่อนทราบ
“โอ้ เร็วมาก คราวนี้เธอลองวิเคราะห์ดูสิว่า ภายในรูปหกเหลี่ยมนี้ หากอันแรกที่เธอเจออยู่ตำแหน่งนี้ อันที่สองมันน่าจะอยู่ตำแหน่งไหน” หล่อนเสนอวิธีการต่อ
“อันแรกที่ผมเจอ ตอนนี้มันอยู่ที่ริมขอบมุมล่างซ้ายมือ อืม… แสดงว่าอีกอันมันจะต้องอยู่ด้านตรงกันข้าม คือริมขอบมุมล่างขวามือ” ผมวิเคราะห์จากที่หล่อนแนะนำ
และก็เป็นอย่างที่วิเคราะห์ไว้ ผมลองนับจำนวนแท่งของผลึกที่อยู่ในกลีบนั้นดูปรากฏว่ามี 10 แท่งจริงๆ
“เจอกลีบที่สองแล้วครับ” ผมรีบบอกภาสุธา