๑๗.
จิตผู้สร้าง
“ที่บอกว่ายังไม่สมบูรณ์นั้นหมายถึง มันยังไม่มีความซับซ้อนจนถึงที่สุดต่างหาก จิตพระเจ้าเหล่านี้มีธรรมชาติอยู่อย่างหนึ่งที่เหมือนกันคือเป็นนักทดลอง เมื่อทดลองทำสิ่งหนึ่งได้สำเร็จแล้ว เขาก็จะทดลองทำอีกสิ่งที่ท้าทายและซับซ้อนมากกว่าเดิมไปเรื่อยๆ
กายาถือว่าเป็นประดิษฐกรรมระดับต้นๆ ที่จิตพระเจ้าเป็นผู้กำหนดสร้าง โดยเขาได้ใส่รหัสให้กายภาพของตัวเองออกมาเป็นดวงดาว หรือโลก แต่เมื่อเป็นดวงดาวแล้ว มันยังไม่มีกลไกที่สามารถสร้างอีกสิ่งหนึ่งที่เหมือนตัวเองขึ้นมาได้ หรือที่เธอเรียกกลไกนี้ว่าการขยายเผ่าพันธุ์ ประดิษฐกรรมแรกๆ ที่พัฒนาต่อยอดจากโลก ที่จิตพระเจ้าทดลองสร้างเป็นครั้งแรกนั่นคือสิ่งมีชีวิตประเภทพืช ซึ่งเวลานั้นก็ถือว่าเขาได้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ตั้งใจไว้ คือมันสามารถขยายพันธุ์ได้ด้วยตัวมันเอง จิตพระเจ้ารู้สึกภูมิใจกับความสำเร็จครั้งนี้มาก พวกเขาจึงสนุกสนานกับการกำหนดสร้างในครั้งนั้น โดยทุกดวงจิตที่มีความเป็นจิตพระเจ้า ได้กำหนดรหัสลงไปในกล่องพลังงานของตัวเอง ว่าจะให้มีรูปร่างแบบไหน มีลำต้นแบบไหน มีดอกสีอะไร มีผลหรือมีกลไกการขยายพันธุ์อย่างไร เวลานั้นจึงเกิดพืชพรรณนานาชนิดขึ้นมา และเมื่อได้รูปธรรมของพืชเกิดขึ้นจนพอใจแล้ว จึงเกิดความท้าทายใหม่ของเหล่าดวงจิตที่เหลือ โดยมีโจทย์ว่าประดิษฐกรรมใหม่ที่จะสร้างขึ้นนี้จะต้องเคลื่อนที่ได้ จากนั้นจึงเกิดรูปแบบของสิ่งมีชีวิตที่เธอเรียกว่าสัตว์ ซึ่งในช่วงต้น สัตว์ยังมีระบบการขยายพันธุ์ที่คล้ายกับพืชอยู่บ้าง แต่พอเขาเห็นว่ากลไกนี้สามารถขยายพันธุ์ในแบบของสัตว์ที่สมบูรณ์ หรือเกิดระบบเพศเพื่อสืบพันธุ์ขึ้นมา ครั้งนั้นจิตพระเจ้าก็ภาคภูมิใจกับประดิษฐกรรมรูปแบบใหม่นี้มาก เขาเหล่านั้นจึงสนุกสนานกับการใส่รหัสการสร้างลงไปในกล่องพลังงานของสัตว์นานาชนิดขึ้นมา และเมื่อสร้างจนเป็นที่พอใจแล้ว ความท้าทายใหม่จึงเกิดขึ้น” เขาพูดจบก็หันมามองหน้าผมแบบเพ่งพินิจ
“มีอะไรหรือครับ” ผมถามเพราะท่านโภเชจ้องหน้าผม
“เธอรู้ไหมว่าจิตพระเจ้าภาคภูมิใจกับสิ่งที่สร้างขึ้นมาใหม่ครั้งนี้มากขนาดไหน” เขาถาม
“หมายถึงอะไรหรือครับ” ผมถามอีก
“ความเป็นมนุษย์ของพวกเธอเธอนะสิ”
“มากขนาดไหนหรือครับ” ผมถาม
“ประดิษฐกรรมใหม่นี้มีความสมบูรณ์แบบที่สุดถึงที่สุด คือไม่มีอะไรจะสมบูรณ์แบบมากไปกว่านี้อีกแล้ว นอกจากประดิษฐกรรมนี้จะสามารถขยายเผ่าพันธุ์ได้ด้วยตัวเอง สามารถเคลื่อนที่ไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระ สิ่งนี้ยังมีความสามารถในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ได้แบบไม่รู้จบ ประดิษฐกรรมใหม่นี้มีนิ้วมือที่ทรงประสิทธิภาพมากกว่าสัตว์ชนิดไหนๆ มีปากที่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้หลากหลายโทน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีสมองที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถคิดวิเคราะห์ได้ สามารถประมวลเรื่องราวที่มีความซับซ้อนได้ หรือพูดง่ายๆ ว่า จิตพระเจ้าได้ถอดแบบความเป็นผู้สร้างสรรค์ของพระเจ้าให้ออกมาเป็นกายภาพผ่านตัวมนุษย์ เธอโปรดภูมิใจในตนเองเถิด ว่าเธอคือประดิษฐกรรมที่ยอดเยี่ยมที่สุดของจิตพระเจ้า และที่สำคัญที่สุด เธอคือต้นสายของข้อมูลที่จิตพระเจ้าต้องการจะมามีประสบการณ์
พระเจ้าต้องการจะเก็บรักษาทุกๆ ประสบการณ์ของเธอทุกคนไว้ในที่ปลอดภัยที่สุด เพื่อไม่ให้มันหายไปไหน กายาคือแหล่งสำรองข้อมูลที่ปลอดภัยที่สุด โดยจิตพระเจ้าเป็นแหล่งเก็บใหญ่ที่สุด หรือพูดอีกแบบคือหากต้องการเข้าถึงความรู้แหล่งใหญ่ให้เข้าไปที่พระเจ้า เพราะพระเจ้าสามารถเชื่อมต่อหรือเป็นหนึ่งเดียวกับแหล่งสำรองข้อมูลในรูปของกายาได้ทั่วทั้งเอกภพ” เขาอธิบายเสริม
“ผมชักอยากรู้แล้วสิว่า กายภาพที่แท้จริงของกายานั้นเป็นอย่างไร” ผมแสดงความอยากรู้
“เนื่องจากตำแหน่งที่ตั้งกายาคือตรงจุดกึ่งกลางด้านในสุดของแกนโลกพอดี อย่างที่ฉันบอกเธอไปในช่วงต้นว่า แกนกลางของกายานี้จะเป็นแสงสว่างสีขาว ถัดจากจุดที่เป็นแสงสว่างนี้ออกมา จะมีลักษณะเป็นโพรงถ้ำมีผนังกว้างโล่ง วัตถุที่เป็นองค์ประกอบของโพรงนี้ เป็นวัตถุธาตุสีขาวใสบริสุทธิ์ และมีค่าความแข็งมากที่สุด เป็นผนังทรงกลมล้อมรอบจุดที่เป็นแสงสว่างนี้อีกที เมื่อเข้าไปในนั้นจะเห็นเป็นแท่งผลึกคริสตัลที่มีเหลี่ยมมุมเป็นแท่งเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง หันหัวเข้าสู่จุดศูนย์กลาง เหมือนกับที่เธอผ่าครึ่งก้อนหินที่เป็นธาตุอัญมณีบางชนิดออกมา เธอก็จะเห็นโพรงและมีแท่งคริสตัลที่มีเหลี่ยมมุมอยู่ภายใน จะต่างกันตรงแค่โพรงนี้จะมีขนาดกว้างใหญ่กว่ามาก และส่วนด้านนอกสุดของกายานี้จะมีสัณฐานเป็นทรงกลมที่สมบูรณ์แบบ คือจะไม่มีส่วนไหนบิดเบี้ยวเลยแม้แต่น้อย ผิวนอกสุดนี้มีความเรียบลื่น มันวาว มีสีดำสนิท และแข็งมากที่สุด แข็งจนไม่มีสิ่งใดสามารถเจาะทะลุเข้าไปในโพรงนั้นได้ สิ่งนี้จึงเป็นวัตถุที่ทำหน้าที่ห่อหุ้มผลึกคริสตัลสีขาวใสที่มีความแข็งที่สุดนี้ไว้ นี่คือรูปธรรมของกายาเฉพาะในส่วนที่มีหน้าที่สำรองข้อมูล” เขาอธิบาย
“เราสามารถเข้าไปในนั้นได้ไหมครับ” ผมถาม
“ไม่มีรูปธรรมทางกายภาพใดสามารถล่วงล้ำเข้าไปในสถานที่แห่งนั้นได้ เนื่องจากมีมวลออกซิเจนบริสุทธิ์ห่อหุ้มกายานั้นไว้ ถึงแม้ว่าโดยสภาพของมันจะไม่มีความร้อน เหมือนกับมวลหินหนืดที่ห่อหุ้มธาตุออกซิเจนบริสุทธิ์ไว้อีกที แต่มันมีค่าพลังงานที่เข้มข้นบริสุทธิ์ เกินกว่าจะมีวัตถุแปลกปลอมใดๆ เข้าไปปะปนกับตัวมัน ไม่เช่นนั้นมันจะสูญเสียความบริสุทธิ์ทันที แต่ถึงแม้จะผ่านเข้าไปได้ ก็ยังต้องเจอกับเกราะป้องกันที่มีความแข็งแกร่งสีดำสนิทอีกชั้นหนึ่ง ดังนั้นจึงไม่มีใครสามารถเข้าไปได้อย่างเด็ดขาด” เขาตอบ
“อ้าว…แล้วท่านรู้ได้อย่างไรว่าลักษณะของกายานั้นเป็นอย่างไรครับ” ผมถาม
“วิธีเดียวที่จะสามารถเข้าไปข้างในนั้นได้คือทาง ‘จิต’ ” เขาตอบ
“แล้วอย่างผมจะสามารถเข้าไปได้ไหมครับ” ผมถามด้วยความกระหายใคร่รู้
“ถ้าลำพังทักษะของตัวเธอตอนนี้ยังไม่มากพอที่จะเข้าไปได้ เพราะการท่องเที่ยวด้วยจิตวิญญาณนั้นค่อนข้างมีความเสี่ยง โดยเฉพาะการเข้าไปในเขตหวงห้าม หรือถ้าเกิดความบังเอิญอย่างใดอย่างหนึ่งที่ทำให้เธอสามารถเข้าไปได้ หากเธอไม่มีพี่เลี้ยงคอยดูแล เธออาจจะกลายเป็นคนสติฟั่นเฟือนไปโดยไม่รู้ตัว เพราะในนั้นจะอัดแน่นไปด้วยข้อมูลทั้งเก่าแก่ที่สุดและข้อมูลใหม่ล่าสุด ทันทีที่จิตเข้าไปสัมผัสกับพลังงานในนั้น จิตซึ่งมีสถานะเป็นพลังงานเช่นกัน มันจะดึงดูดข้อมูลเหล่านั้นเข้ามาอย่างรุนแรง ทำให้เกิดสภาวะเกินการรับรู้ คล้ายกับการทำงานของคอมพิวเตอร์ ที่มีหน่วยความจำอยู่แบบจำกัด แต่เธอเอาไปใช้งานกับโปรแกรมที่ต้องการการประมวลผลข้อมูลที่มากมายมหาศาล คอมพิวเตอร์ของเธอก็จะเกิดอาการชะงักงันทันที ซึ่งกรณีที่ฉันกำลังพูดถึงอยู่นี้คือ ข้อมูลของคนทั้งโลกที่สะสมมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งมันเป็นข้อมูลที่มหาศาลเกินกว่าระบบประมวลผลในสมองของมนุษย์จะรับไหว ดังนั้นเธอจึงจำเป็นต้องมีทักษะบางอย่างหรือได้รับการนำพาเข้าไป ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่การเดินทางด้วยจิตก็ตาม” เขาอธิบาย
“ท่านช่วยพาผมไปหน่อยได้ไหมครับ” ผมขอร้อง
“ถ้าเป็นความประสงค์ของเธอ ฉันยินดี” เขาตอบรับ
“ขอบคุณมากครับ ผมรู้สึกตื่นเต้นจังเลย” ผมรีบกล่าวขอบคุณท่านโภเช เพราะน่าจะเป็นโอกาสเดียวที่จะสามารถเข้าไปยังสถานที่แห่งนั้นได้
“เอาละ ที่จริงฉันสามารถพาเธอไปถึงที่นั่นแบบทันทีทันใดได้เลย แต่ฉันกำลังคิดว่าจะพาเธอไปในแบบให้เธอเห็นสภาพที่แท้จริงทั้งหมดดีกว่า” เขาเสนอวิธีการ
“เห็นสภาพทั้งหมดอย่างไรหรือครับ” ผมถาม
“ก็เป็นแบบที่ฉันพาเธอมาที่นี่ไง แต่มันจะดูน่าหวาดเสียวและน่ากลัวสักหน่อยนะ” เขาตอบ
“ได้ครับ”